01/09/2026
กฎหมายที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคุ้มครองประชาชน แต่เป็นตีนให้รัฐที่เอาไว้เหยียบหน้าประชาชนตัวเล็ก ตัวน้อย แล้วยังเป็นมือเป็นตีน เป็นเครื่องมือปูพรมแดงให้นายทุนผูกขาดเดินกอบโกยผลประโยชน์อย่างหน้าด้านๆ
คดีของ คุณอาร์ตี้ เจ้าของแดกเบียร์ให้เพลียแคม คือหลักฐานที่ประจานสันดานอันเน่าเฟะของผู้มีอำนาจในประเทศไทย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 32 คือความอัปยศทางนิติบัญญัติที่จงใจเขียนขึ้นมาด้วยข้ออ้างเรื่องศีลธรรมจอมปลอม แต่ความจริงมันคืออาวุธที่เอาไว้ปล้นประชาชนอย่างเหี้ยมโหด
การโพสต์รูปเบียร์แก้วเดียวพร้อมคำวิจารณ์รสชาติ ถูกตีความแบบกว้างเพื่อยัดข้อหา แถมยังสูบเลือดด้วย "ค่าปรับรายวัน" วันละ 5,000 บาท เดินหน้าไปเรื่อยๆ จนยอดพุ่งไปเกือบหกแสนบาท รัฐทำตัวระยำยิ่งกว่าโจร อาศัยช่องว่างทางกฎหมายที่เขียนมาแบบกว้างมาก เบลอ แล้วตีวามได้ครอบจักรวาล เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจของตัวเองในการตัดสินว่าใครถูกหรือผิดโดยเฉพาะกับประชาชนที่มีอำนาจในการต่อรองที่ต่ำกว่า ถ้าไม่ได้ทนายช่วยหาเอกสารยอมรับผิดมาสู้เพื่อสร้างจุดตัดหยุดเวลาไว้ ยอดปรับก็คงทะลุหลักล้านไปแล้ว
แต่พอหันไปดูพวกเจ้าสัวและกลุ่มทุนใหญ่ โครงสร้างกฎหมายที่ดุร้ายกับประชาชนกลับกลายเป็นหมาเชื่องๆ ตัวนึง ที่คอยเลียเท้านายทุน มันมีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) เชิงโครงสร้างที่น่ารังเกียจที่สุด พวกทุนใหญ่เอาโลโก้ที่หน้าตาเหมือนเบียร์ทุกกระเบียดนิ้วไปแปะบนขวดน้ำเปล่า ขึ้นบิลบอร์ดยักษ์กลางกรุง หรือจัดบูธชงชิมในห้างค้าส่งใหญ่ ทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกันโครมๆ หรือจ้างอินฟลูฯเพจดังรีวิวเมนูเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อ พอโดนจับได้ ฝ่ายกฎหมายก็พลิกลิ้นตอแหลว่าเป็นส่วนลดการค้าแบบ B2B บ้าง ไม่ได้ขายให้รายย่อยเพื่อมอมเมาแต่กระตุ้นเศรษฐกิจกับผู้ประกอบการบ้าง แล้วรัฐก็พร้อมใจกันตาบอด หูหนวก แกล้งโง่ปล่อยผ่าน หรือถ้าจะบังคับกฎหมายกับอินฟลูที่ถูกจ้างมา นายทุนก็พร้อมเคลียร์เรื่องให้ ทั้งอำนาจต่อรอง และอำนาจเงิน กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยควบคุมแอลกอฮอล์ เพราะแท้จริงแล้วมันคือเครื่องมือกีดกันทางการค้าที่สร้างกำแพงผูกขาด ตัดตอนรายย่อยไม่ให้ผุดเกิด
เมื่อคุณอาร์ตี้สู้คดีจนศาลฎีกาลดโทษให้รอลงอาญา แต่หนี้ปรับหลักแสนยังค้ำคอ พอทนายยื่นเรื่องขอเปลี่ยนค่าปรับเป็นการทำงานบริการสังคม เพราะคนธรรมดาที่ไหนจะเสกเงินสดก้อนโตขนาดนั้นมาจ่ายได้ ศาลกลับใช้ดุลพินิจอนุญาตให้แค่ 2 ใน 3 สุดท้ายก็ยังบีบคอให้ต้องควักเงินสดอีกเกือบสองแสนมาจ่ายให้กฎหมายส้นตีนนี่อยู่ดี ต้องทำประโยชน์ต่อชุมชน 1,386 ชั่วโมง หรือ 693 วัน เป็นสถิติสูงสุดของประเทศไทย เหมือนกับกำลังเชือดไก่ให้ลิงดู ต้อนคนธรรมดาให้หลังชนฝา เพื่อประกาศว่าถ้าคุณกล้าท้าทายโครงสร้างการผูกขาด ก็ต้องรับผลอย่างสาหัสแบบนี้ื
และอาร์ตี้คือคนหนึ่งที่ร่วมพ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับปลดล็อก/ฉบับประชาชน) คือการที่ภาคประชาชนรวมพลังกันเข้าไปรื้อโครงสร้างเก่าที่ล้าหลัง โดยพุ่งเป้าไปที่การแก้ "มาตรา 32" เพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนธรรมดา สามารถโพสต์รูป โชว์ฉลาก บอกรายละเอียด หรือวิจารณ์รสชาติเครื่องดื่มได้ตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยไม่ถูกรัฐใช้ดุลพินิจเหวี่ยงแหยัดข้อหา "โฆษณามอมเมา" และรื้อโครงสร้างค่าปรับที่สูงเกินเพื่อกัดกินผู้ประกอบการรายย่อย
แต่กฎหมายใหม่ที่พวกเราดิ้นรนแก้กันมา กลับไม่อาจย้อนไปล้างมลทินให้อาร์ตี้ได้ รัฐไม่เคยสนใยจว่ากฎหมายส้นตีนที่ร่างขึ้นมาโดยพวกไดโนเสาในสภา มันทำลายชีวิตและอนาคตของคนไปมากแค่ไหน
คดีนี้สะท้อนให้เห็นความโสมมของโครงสร้างประเทศนี้ได้อย่างชัดเจน สุดท้ายรัฐและกฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือรับใช้ชนชั้นนำ
ผู้เขียนเป็นกำลังใจให้คุณอาร์ตี้ที่ต้องต่อสู้กับเรื่องราวนี้ และอยากชวนทุกคนร่วมต่อสู้กับคุณอาร์ตี้ไปด้วยกันนะคะ 🩶