23/07/2019
Reasons..........
#ความสุขที่คุณดื่มได้ — เบียร์ไม่ใช่เครื่องดื่ม แต่เป็นการบำบัดที่ทุกคนหลงใหล
_
N/A ▶ ราคาไม่ระบุของเครื่องดื่มเบียร์ที่เสิร์ฟให้กับคนไข้ในโรงพยาบาลบางแห่งของเครือรัฐแมสซาชูเซสต์ ซึ่งรวมอยู่ในมื้ออาหารที่จัดไว้ให้ตามวินัยฉัยและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
“ทานยาแล้ว อย่าลืมทานเบียร์ตามนะคะ”
ประโยคนี้เกิดขึ้นจริงในสหรัฐอเมริกา... เราจะเล่าให้คุณฟัง ว่าไม่ว่าคุณจะหิวเบียร์แค่ไหนและที่ไหนก็ตาม สมมติว่าถึงคราวคุณต้องเข้าโรงพยาบาลขึ้นมา คุณสามารถดื่มเบียร์ได้! แต่มีข้อแม้นิดหน่อย คือต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
ก่อนอื่น เข้าสู่วิชาประวัติศาสตร์กันก่อน จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า มีชุมชน Gobekli Tepe ในตอนใต้ของตุรกี ที่พบโบราณวัตถุที่บ่งชี้ถึงการเป็นแหล่งผลิตเบียร์ ที่มีอายุมากกว่า 10,000 ปีก่อน ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมแถบเดียวกันกับอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ของอียิปต์นั่นเอง
เพราะมนุษย์ปลูกข้าวสาลี จึงมียีสต์ มียีสต์จึงมีเบียร์ หลักการง่ายดายแบบนี้แหละที่ทำให้เบียร์กลายเป็นเครื่องดื่มเก่าแก่ และเบียร์นั้นเป็นเครื่องดื่มที่ผลิตง่าย มักใช้ในวาระของการเฉลิมฉลองจวบจนถึงปัจจุบัน
เมื่อเบียร์คือเครื่องดื่มของการเข้าสังคม ในทางสังคมศาสตร์จึงพร้อมใจกันเสนอผลวิจัยว่า การดื่มเบียร์นั้นช่วยเรื่องการเข้าสังคม และเสริมสร้างทักษะในมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกที่เราจะเห็นการหยิบยกเอาการวิจัยน่ารักๆ เกี่ยวกับเบียร์ขึ้นมาพูดถึงมากมาย โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เรามักจะได้อ่านบทความประเภทที่ว่า “ผลวิจัยเผยว่า การดื่มเบียร์ช่วยเพิ่มทักษะในการพูดภาษาต่างประเทศของคุณได้มากยิ่งขึ้น” (ฮา)
เสริมเรื่องการวิจัยอีกนิด เพื่อให้คุณมีเรื่องไปเล่าในวงเบียร์สนุกๆ เพราะมีการสำรวจผู้ดื่มเบียร์ 26,000 คนจาก 21 ประเทศ พบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์ จะมีอัตราแปรปรวนทางอารมณ์น้อยกว่าผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หมวดอื่นๆ (คือมีสติมากกว่าคนอื่นนั่นเอง) และมีเพียง 17% ของผู้ที่ดื่มเบียร์ทั้งหมดนั้น บอกว่าดื่มเบียร์แล้วทำให้พวกเขาป่วย
ผลสำรวจเกี่ยวกับเบียร์ก็น่าสนใจ เพราะ 40% ของกลุ่มสำรวจเลือกที่จะดื่มเบียร์ ในขณะที่ 30% เลือกไวน์ และ 26% เลือกแอลกอฮอล์อื่นๆ ในขณะที่สัดส่วนของชาวอเมริกันที่ดื่มเบียร์นั้น ผู้ชายคิดเป็น 62% ในขณะที่ผู้หญิงคิดเป็น 19% เท่านั้น และวาระที่ผู้ชายจะดื่มเบียร์มากที่สุดก็คือตอนชมการแข่งขันกีฬา
ความยอดนิยมของเบียร์มีไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวจำนวนมากมุ่งหมายไปที่ Oktober Fest เทศกาลเบียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมัน ในขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนใจเที่ยวภาคกลางคืนที่ร้านที่ขายคราฟท์เบียร์หรือแท็ปเบียร์ แทนที่บาร์ที่เน้นขายค็อกเทล
มาเข้าเรื่องเสียทีในเรื่องของการแพทย์ เมื่อเบียร์ได้รับความนิยมสูงถึงขนาดนี้ ผู้คนจึงเริ่มมองหาทั้งข้อดีและข้อเสียของมัน แน่นอนล่ะว่า ในทางการแพทย์ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างชัดเจน โรงพยาบาลแทบทุกแห่งบนโลกจึงปฏิเสธการมีเครื่องดื่มมึนเมาทุกประเภทวางขาย
แต่กฏหมายในบางรัฐของสหรัฐอเมริกาก็มีความน่าสนใจ อาทิ ในกฏหมายของเครือรัฐแมสซาชูเซสต์ บทที่ 270 มาตรา 5 ระบุว่า “ห้ามมิให้มีการให้ หรือจัดส่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไปยังผู้ป่วยที่กำลังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล เว้นเสียแต่ว่าอยู่ภายใต้คำแนะนำและวินิจฉัยจากแพทย์”
แล้วก็ดันมีเคสที่น่าสนใจ ก็คือเมื่อนักร้องสาวเสียงหวีดระดับโลกอย่างมาราย แครี่ ดื่มเบียร์ในโรงพยาบาล Cedars Sinai ระหว่างช่วงให้นมลูกสาวแฝด Moroccan และ Monroe จนเป็นข่าวใหญ่ แต่สามีของเธอก็ให้สัมภาษณ์ว่า ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ยีสต์ที่อยู่ในเบียร์ดำยี่ห้อกินเนสนั้น มีส่วนช่วยให้การให้นมบุตรของแม่ง่ายขึ้น
สอดคล้องกับรายงานการวิจัยทางการแพทย์หลายชิ้น ที่บอกว่า เบียร์ใช้แต่จะทำให้เราอ้วนและลงพุงเสียอย่างเดียว แต่เบียร์ก็มีประโยชน์ทั้งดีต่อไต ลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานและโรคหลอดเลือด ช่วยให้กระดูกและหัวใจแข็งแรง อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและอัลไซเมอร์อีกด้วย!
จึงไม่แปลกอะไรที่จะมีกระแสของการกินเบียร์เพื่อสุขภาพออกมาเต็มไปหมด โดยเฉพาะกระแสโยคะเบียร์ที่แพร่หลายไปทั่วโลกในขณะนี้
แต่เราขอย้ำอีกที ทั้งหมดทั้งมวลคือต้องดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพอดี และถ้าคุณเป็นคนไข้ การดื่มภายใต้คำแนะนำและดุลพินิจของแพทย์ก็เป็นสิ่งที่ควรเน้นหนักสำคัญ
แน่นอนว่า โอกาสที่การบำบัดด้วยเบียร์ของบ้านเราอย่างเป็นทางการและจริงจังอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้แน่นอน แต่เราก็อยากย้ำเบาๆ ว่าเบียร์นั้นไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด
เพราะเบียร์ คือ ‘ความสุขที่คุณดื่มได้’ จริงๆ
_