24/10/2023
“แลนด์บริดจ์” ดันไทยสู่ “มหาอำนาจโลก”
ทำความเข้าใจกับอภิมหาโปรเจค “แลนด์บริดจ์”ที่ไม่ได้เป็นแค่ สะพานบก
เป็นข่าวฮือฮามาซักระยะหนึ่งแล้วกับโครงการขนาดยักษ์ที่จะพลิกโฉมประเทศไทยไปอย่างมากอย่างโครงการ แลนด์บริดจ์ ซึ่งหลายๆคนอาจจะเข้าใจผิดถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ วันนี้แอดมินได้คุยกับผู้รู้ซึ่งท่านได้อธิบายอย่างชัดเจน จึงอยากขอแบ่งปันให้เพื่อนๆดังนี้
แลนด์บริดจ์ ไม่ใช่แค่ระบบทางลัดการขนส่งสินค้าผ่านทางบกจากท่าเรือฝั่งอ่าวไทย (มหาสมุทรแปซิฟิค) มายังท่าเรือฝั่งอันดามัน (มหาสมุทรอินเดีย ) เท่านั้น แต่ศักยภาพของ แลนด์บริดจ์ มีมากกว่านั้นกล่าวคือ
ตลอดสองข้างของโครงการจะกลายเป็น นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์การผลิตสินค้า แม้กระทั่ง ศูนย์กลางในการให้บริการกิจกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล เพื่อนๆลองนึกภาพดีๆนะครับ
ภาพที่คนส่วนใหญ่คิดคือ เรือจากไต้หวัน บรรทุกชิปเซต (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์) มาเต็มลำ พอมาถึงชุมพร ก็โหลดลงรถไฟ วิ่งข้ามมาฝั่งระนองแล้ว โหลดขึ้นเรือเพื่อนำไปประกอบในโรงงานซักแห่งในอินเดีย หรือน้ำมันจากตะวันออกกลางบรรทุกใส่เรือมาที่ระนอง แล้วดูดใส่ท่อไปส่งให้เรือที่จอดรอที่ฝั่งชุมพร เป็นต้น ซึ่งๆๆๆ เป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะถ้าทำแบบนี้ “แลนด์บริดจ์” จะเป็นแค่ทางผ่านไม่สามารถสร้างมูลค่าใดๆ ให้กับชุมชนหรือคนไทยได้เลย แถมเสียเวลายกสินค้าขึ้น ลง เรืออีก ไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมาใช้บริการแน่นอน
แต่ภาพจริงก็คือ.....
เรือจากไต้หวัน บรรทุกชิปเซต (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์) มาเต็มลำ พอมาถึงชุมพร ก็ โหลดลงรถไฟไปกระจายวัตถุดิบตามโรงงานต่างๆในนิคมอุตสาหกรรม สองข้างทางของ แลนด์บริดจ์ รวมกับบางชิ้นส่วนที่มาจาก EEC หรือบางชิ้นส่วนที่ส่งมาจากเกาหลีก่อนหน้านี้ จากนั้นทำการประกอบวัสดุเหล่านั้นเป็นสินค้าต่างๆ และส่งไปยังท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อรอเรือของแต่ละประเทศมารับ หรือส่งทางรางเข้าสู่ภาคพื้นทวีป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนใต้ หรือแม้กระทั่งผ่านพม่าเข้าอินเดียไปจัดจำหน่ายในประเทศที่ต้องการนั้นๆ
ในทำนองเดียวกัน น้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ก็จะมาโหลดลงระบบท่อที่ ท่าเรือระนอง จากนั้นก็จะผ่านการแปรรูปเป็นปิโตรเคมีภัณฑ์ต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมภายใน แลนด์บริดจ์ จนเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีต่างๆ จากนั้นก็นำส่งไปยังท่าเรือทั้งสองฝั่ง หรือส่งทางรางเข้าสู่ภาคพื้นทวีป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนใต้ หรือแม้กระทั่งผ่านพม่าเข้าอินเดีย
ลองคิดดู สมมุติ BMW จะส่งรถจากเยอรมันนีไปจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ถ้าในปัจจุบันก็ต้องบรรทุกมาในเรือขนาดกลาง 4 ลำ มุ่งหน้าไปยังแต่ละประเทศ แต่ถ้ามี “แลนด์บริดจ์” BMW บรรทุกมาในเรือใหญ่ลำเดียวในปริมาณที่มากๆ เมื่อมาถึงระนองแล้วก็โหลดสินค้าลง จากนั้น สินค้าที่จะไปจีน ไปเวียดนาม ก็ขึ้นรถไฟไป ไปเกาหลี ไปญี่ปุ่น ก็ ลงเรือฝั่งชุมพรต่อไป หรือสามารถ จอดในลานจอด ของ“แลนด์บริดจ์” ที่มีให้บริการ เพื่อรอคำสั่งซื้อในอนาคตก็ได้
สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ต่างๆก็จะตกเป็นของคนไทย เงินลงทุนมหาศาลที่ไหลเข้าประเทศไทย อัตราจ้างงานนับล้านตำแหน่ง ภาษีต่างๆที่บริษัทเข้ามาลงทุน ภาคการบริการต่างๆ การจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ไม่รวมถึงภาคการท่องเที่ยว เพราะ “แลนด์บริดจ์” จะเป็นจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุดของเรือสำราญ จากหลากหลายเส้นทาง และที่สำคัญ “แลนด์บริดจ์”เป็นจุดเริ่มต้น หรือ จุดเชื่อมต่อของนโยบาย แถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road Economic Belt) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศจีนอีกด้วย
เหตุผลข้างต้นเหล่านี้จะหมุนเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงมากขึ้น และที่สำคัญ โครงการนี้จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็น ศูนย์กลางของระบบโลจิสติกของโลก สร้างบทบาทที่โดดเด่น และ มีอำนาจมากขึ้นบนเวทีโลกอีกด้วย
สุดท้ายแล้ว หากคนไทยร่วมมือร่วมใจผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จ ความอยู่ดีกินดีก็อยู่กับพี่น้องคนไทยทุกคน แล้ว คำว่า "มหาอำนาจ"ก็จะไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป