Barley Bistro&Bar

Barley Bistro&Bar รีวิวไปเรื่อย Barley เปิดเป็นลานเบียร์พร้อมบรรยากาศชิลๆแบบ rooftop มีดนตรีสด ทุก พฤหัส-ศุกร์-เสาร์!

อีกหนึ่งนักร้องที่เคยมาร้องที่ร้านเราไปตามกันได้นะ
23/07/2021

อีกหนึ่งนักร้องที่เคยมาร้องที่ร้านเรา

ไปตามกันได้นะ

- Witawin SungGuitar - Witawin SungChorus - Witawin SungShaker - Witawin Sung

16/01/2021

“ผมเป็นคนชอบปาร์ตี้ เสียเงินให้ร้านเหล้ามาเยอะ พอเพื่อนชวนเปิดร้านอะไรสักอย่างด้วยกัน เลยคุยกันว่าอยากเปิดร้านเหล้า เขาคิดเป็นอาชีพจริงจัง ตอนนั้นผมยังทำงานออฟฟิศ เลยคิดว่าทำเอาสนุกเป็นหลัก อย่างน้อยกินเหล้าที่ร้านตัวเองก็ราคาถูกกว่า ไม่ได้รู้ละเอียดว่าต้องเจออะไรบ้าง เราเปิดกูเกิลว่าที่ไหนมีตึกให้เช่า พอได้สถานที่ เราเข้าไปพูดคุยกับคนละแวกนั้น เราหาทนายมาจัดการเรื่องขออนุญาต แล้วส่งเอกสารไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่เอกสารก็ไม่ผ่านสักที เราตัดสินใจเปิดร้านไปก่อน ไม่กี่วันก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาบอกว่า อันนี้ไม่ถูก อันนั้นไม่ถูก เขาไม่ได้บอกว่า ‘เปิดไม่ได้’ แต่มาบอกว่า 'จริงๆ มันเปิดไม่ได้นะ แต่…' เรากู้เงินมาทำร้าน พอทำแล้วผิด เขาบอกมาแบบนั้น เราก็ต้องจ่ายเพื่อให้ร้านไปต่อได้

“ร้านเปิดปลายปี 2560 สนุกนะ แต่เหนื่อยมาก ทั้งร้านมีกันไม่กี่คน ช่วงแรกเราทำกันเองทุกอย่าง ตั้งแต่ซื้อของเข้าร้าน ทำอาหาร เสิร์ฟ และดูแลลูกค้า เวลาผ่านไปก็หาคนมาช่วย เราทำร้านในสไตล์ตัวเอง ทั้งการแต่งร้าน เพลงที่เปิด อาหาร และการบริการ ปรากฏว่ามีคนชอบเยอะ เจ้าของเห็นว่าร้านขายดีก็อยากเอาตึกคืน แถวนั้นเล่นดนตรีสดไม่ได้ด้วย เวลาผ่านไปหนึ่งปี เราตัดสินใจหาสถานที่ใหม่ที่อยู่ห่างจากชุมชน เรามีประสบการณ์ในการทำร้านแล้ว อะไรที่ทำไม่ได้ อะไรที่ทำแล้วอาจโดนร้องเรียน ก็ไม่ทำกับร้านนี้ เราส่งเอกสารขออนุญาตไปเหมือนเดิม คิดว่าคงไม่โดนอะไร หรือโดนก็น้อยหน่อย แต่สุดท้ายยังโดนเหมือนเดิม แถมจุกจิกกว่าเดิมด้วย

“ร้านยังไม่ได้เปิดเลย เจ้าหน้าที่เข้ามาถามว่า ‘เปิดร้านอะไร’ แล้วบอกว่า 'ยังไงเราก็ต้องดูแลกัน' เราเลยแลกเบอร์กันไว้ วันหนึ่งเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นมา ผมโทรไปหาเจ้าหน้าที่คนนั้น เขาพูดว่า 'นี่ไง พี่บอกแล้วว่าต้องดูแลกัน' พอตกลงเรื่องเงินกันได้ก็ไม่เจอปัญหานั้นอีก เอกสารที่ส่งไปไม่ผ่านสักที เจ้าหน้าที่บอกว่า 'เอกสารต้องเดินทาง การเดินทางก็ต้องมีค่าเดินทาง' บางครั้งให้เป็นเงิน บางครั้งให้เป็นของ เอกสารยังไม่ผ่านหรอก แต่ก็ไม่มีใครมาว่าอะไร ผมมองเรื่องนี้คือเรื่องปกติของสังคมไทย ยังไงก็ต้องจ่าย แม้ว่าเรื่องนั้นถูกกฎหมายก็อาจต้องจ่ายด้วยซ้ำ เช่น เด็กในร้านทุกคนอยู่อย่างถูกกฎหมาย แต่ถ้าไม่จ่าย วันดีคืนดีมีคนมาขอตรวจ บรรยากาศร้านก็วุ่นวายอีก

“ผมชอบฟังเพลง ชอบเจอผู้คน พอทำร้านแล้วเป็นที่รู้จักเร็ว ถือว่าอยู่ในช่วงกอบโกย จนกระทั่งเกิดโควิด คนน้อยลง รายได้ตกอย่างมาก บางวันเหลือแค่หลักร้อย คนมากินข้าวและเบียร์หนึ่งเหยือก พอวันที่ 18 มีนาคม 2563 รัฐบาลสั่งล็อกดาวน์ครั้งแรก เราไม่ได้วางตัวเองเป็นร้านขายอาหารขนาดนั้น แอพต่างๆ หัก 30 เปอร์เซ็นต์ ถ้าอยากให้คนมองเห็นร้านเยอะๆ ก็ต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าทำโปรโมชั่นก็หายไปอีก เลยตัดสินใจว่าไม่ทำเดลิเวอรี่ สามเดือนนั้นอยู่นิ่งๆ ไป เอาเงินปันผลมาจ่ายค่าเช่า เดือนแรกเราจ่ายเงินเดือนพนักงานเต็มจำนวน เดือนที่สองจ่ายครึ่งเดียว เดือนที่สามขอไม่จ่าย แต่เรามีของสดให้ทำกินกัน

“ช่วงนั้นคนระดับรัฐมนตรีบอกว่า ‘โควิดเป็นโรคหวัดธรรมดา ไม่ได้อันตราย’ ประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นแสนคน และเกิดการระบาดที่สนามมวยก็ไม่มีใครรับผิดชอบ ร้านเหล้าก็โดนเพ่งเล็ง โอเค ปิดร้านเพื่อป้องกันโควิดระบาด ผมเข้าใจได้ แต่สั่งปิดก็ควรช่วยเหลือด้วย ไม่มีเลยสักบาท พักชำระหนี้ก็เฉพาะเงินต้น แต่ยังต้องจ่ายดอกเบี้ย ร้านเหล้าก็เสียภาษีตลอด เรามีรัฐบาลเพื่อซัพพอร์ทเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วช่วงนั้นคนไทยติดโควิดน้อย ก็มาบอกว่าเป็นความดีความชอบของรัฐบาล ทั้งที่คือความตื่นตัวของประชาชนจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และปัญหาโควิดที่รัฐบาลทำพินาศ

“พอเกิดการระบาดอีกครั้ง รัฐบาลเลี่ยงใช้คำว่าล็อกดาวน์ ตอนแรกบอกว่าสถานบันเทิงต้องปิด แล้วบอกว่าสถานบันเทิงและกิจการที่มีความคล้ายคลึง ตลาดนัดบางแห่งโดนสั่งปิด แต่ห้างเปิดได้ ตอนแรกบอกให้เปิดถึงหนึ่งทุ่ม ก็เปลี่ยนเป็นสามทุ่ม ไม่มีความชัดเจนอะไรเลย ห้ามทุกห้างจัดเคาท์ดาวน์ แต่บางห้างจัดได้ ถ้าห้ามทุกที่เหมือนกันหมด ถึงจะคับแค้นใจ แต่มันยังเข้าใจได้ คำถามคือ ถ้าการระบาดครั้งนี้คือความผิดพลาดของรัฐบาล ทำไมประชาชนต้องมารับผลกระทบนี้ด้วย ทุกวันนี้ซื้อหน้ากากเอง ซื้อเจลแอลกอฮอล์เอง ต้องให้เราเฝ้าชายแดนแทนด้วยเหรอ

“วันที่ 1 มกราคม 2564 รัฐบาลออกประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม ห้ามขายเหล้า ห้ามร้านมีดนตรีสด ถ้าเปิดให้เว้นระยะห่าง เปิดได้ถึงสามทุ่ม ตามประกาศคือถึงวันที่ 17 มกราคม แล้วรอดูท่าทีก่อน ซึ่งท่าทีของเขาคงเป็นวันนั้นตอนกลางคืน ร้านเราเปิดให้บริการแบบโอเพ่นแอร์ ปกติเปิดตอนเย็น เปิดไม่กี่ชั่วโมงจะไปคุ้มอะไร หรือต่อให้เปิดไวขึ้น ใครมากินตั้งแต่ตอนบ่าย อีกอย่างคือออฟฟิศแถวนี้ปิดหมดแล้วด้วย เราเลยตัดสินใจว่า ปิดร้านไปเลยละกัน ครั้งนี้พนักงานมาบอกเองด้วยซ้ำว่า ‘เราเข้าใจ ไม่ต้องจ่ายเงินก็ได้’

“ในสถานการณ์ปกติ ร้านจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน แต่การดูแลพนักงานในสถานการณ์แบบนี้ ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่เหรอ สั่งห้ามแล้วไม่มีรายได้ ก็ต้องหาทางช่วยไม่ให้มีรายจ่ายด้วย เพราะร้านและพนักงานก็เสียภาษี เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา อย่างแรกคือรัฐบาลต้องไม่ด่าประชาชน คุณไม่โทษตัวเองเลย ทุเรศ กู้เงินมาให้โครงการคนละครึ่ง แต่มันไม่ได้ทุกคนไง คนที่เหลือล่ะ แล้วนึกอยากพูดอะไรก็พูด บางคนบอกว่า ‘ใครไม่โหลดแอพหมอชนะ ถ้าตรวจเจอแล้วผิดกฎหมาย’ พอโดนด่าก็เปลี่ยนคำพูด มีคนลองกรอกข้อมูลในแอพนั้น ระบุความเสี่ยงๆๆ แอพก็บอกว่า ‘มีความเสี่ยงต่ำ’ คุณสั่งคุณห้ามประชาชนทุกเรื่อง แต่อะไรที่เอื้อนายทุนก็ได้ทั้งนั้น

“ถามว่าเครียดไหม ก็เครียดแหละ แต่ตื่นเช้ามาก็ต้องหาเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จ่ายบัตรเครดิต ดูแลคนที่บ้าน และค่าใช้จ่ายในชีวิตตัวเอง เราสู้กับรัฐบาลไม่ได้อยู่แล้ว เลยขออยู่แบบมีความสุขดีกว่า ตัวเองยังมีเงินเก็บใช้ได้อีกสักระยะ ได้แต่หวังว่าร้านจะกลับมาเปิดได้เร็วๆ ถ้ายังอยู่ในประเทศนี้ ยังไงก็ต้องทำใจ เจออะไรก็ต้องตามน้ำไป ก่อนโควิด เราเตรียมขยายสาขาไปต่างประเทศแล้ว ถ้าไปทำธุรกิจที่นั่นคงเติบโตได้ง่ายกว่า เท่าที่ได้ยินมา รัฐบาลดูแลผู้ประกอบการได้ดีกว่าด้วย แต่จริงๆ ทำบ่นรัฐบาลไปงั้นแหละ ผมแค่อยากทำเท่เวลาบอกหญิงว่า 'ได้ไปร้านผมที่ต่างประเทศหรือยังครับ' (หัวเราะ)”

18/08/2020

ความอำมหิตของหน่วยงานราชการไทย

เมื่อข้าราชการมักชอบอ้างคำพูดเดิมๆว่า "เราทำตามกฏหมาย"

เราไม่เถียง ว่าคุณทำหน้าที่ตามกฏหมาย แต่ผู้ประกอบการเดือดร้อนมากมาย มีหลายรายต้องปิดกิจการ โดนเรียกมาปรับหลายร้อยคน จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ทำไมราชการถึงไม่เคยคิดบ้าง

กฤษฏีกาพึ่งบอกในที่ประชุมไปว่า "การกระทำแบบนี้มันไม่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์"

ใช่ มันคือการกระทำที่ไร้หัวใจ ไม่คิดถึงความเป็นมนุษย์เลย

ผมเชื่อเสมอว่าคนเรามันต้องมีความกล้าหาญทางคุณธรรมบางอย่างที่เป็นหลักการให้ยึดถือมากกว่าทำตามระบบที่บิดเบี้ยว แล้วไม่เห็นหัวคนตัวเล็กตัวน้อยเลย

การที่ผมโดนหมายเรียกหมายจับมันก็ทำให้โกรธจริงๆ แต่ก็ไม่คิดเลยสักนิด ว่าจะต้องมาลุยเป็นแกนนำในการสู้กับหน่วยราชการแบบนี้ แต่การที่คนในวงการเดือดร้อนเป็นพันคน หลายร้านต้องปิดตัว หลายร้านต้องเลิกขายเบียร์ไปขายอย่างอื่น หลายร้านไม่มีเงินจะไปจ่ายค่าปรับ จะให้ผม(และทีมงานที่ร่วมเคลื่อนไหว) อยู่เฉยๆ มันก็คงไม่ได้จริงๆ

วันนี้ผมโกรธมากๆๆๆๆ จริงๆ

"คุณก็ขายของไปตามปกติสิคะ"

เอ้า ก็จะให้ขายของยังไงล่ะวะ ก็ร้านค้ามันโพสอะไรก็โดนจับ

" คุณก็อย่าทำอะไรที่ผิดกฏหมายสิ"

เอ้า ก็พวกเราทำอะไร มันก็ผิดหมด คุณพร้อมจะหาเรื่องเราตลอด

ผมรับไม่ได้จริงๆ กับการกระทำที่ไม่คิดถึงความเป็นมนุษย์แบบนี้ มันเลือดเย็นเกินไป คนเรามันทำความเดือดร้อนให้คนเป็นพันๆคนแบบนี้ มันไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้ยังไงกันวะ

ขอเล่าทิ้งท้ายอีกเคสนึงที่ได้รายงานมา มีร้านลาบโดนหมายเรียกให้มาจ่ายค่าปรับ เพราะมีป้ายโลโก้เครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งบนเมนู

เจ้าของร้านเป็นลุงธรรมดาๆ ไม่มีเงินจะจ่ายค่าปรับ

แบบนี้มันเกินไปจริงๆ ลุงขายลาบธรรมดา แต่โดนหมายเรียกให้มาจ่ายค่าปรับหลายหมื่น

ประเทศนี้มันเป็นอะไรกันวะ เฮ้ย ผมคับแค้นใจจริงๆ เขาขายลาบนะเว้ย ไม่ได้ไปฆ่าใครตาย

ล่าสุดเราพอจะได้เบาะแสมาแล้วว่าเป็นร้านลาบชื่ออะไร อยู่ที่ไหน เดี๋ยวจะขอเช็คข้อมูลชัวร์ๆ ตามหาเจ้าตัวมาคอนเฟิร์มให้ได้ ถ้าหาตัวได้ จะเอามาประกาศให้สังคมรู้เลยว่ามันมีหน่วยงานราชการ ที่ไร้ความเป็นคน รังแกแม้กระทั่งคนหาเช้ากินค่ำ

ขอโทษที่ระบายซะยืดยาว และก็เป็นปัญหาเดิมๆเรื่องเดิมๆ (อีกแล้ว) จริงๆผมก็เซ็งๆนะที่เพจผมช่วงนี้แทบไม่มีคอนเทนต์อย่างอื่นเลย อยากจะเขียนอะไรสนุกๆ หรือรีวิวเบียร์แบบเดิม

แต่ปัญหานี้มันรบกวนจิตใจผมจริงๆครับ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจ

20/03/2019

From smoked Icelandic ales to standard-bearing coffee stouts, these dark beers can't be missed.

ที่อยู่

ถนน สีลม
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 18:00 - 01:00
อังคาร 17:00 - 01:00
พุธ 17:00 - 01:00
พฤหัสบดี 17:00 - 01:00
ศุกร์ 17:00 - 01:00
เสาร์ 17:00 - 01:00

เบอร์โทรศัพท์

0870333919

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Barley Bistro&Barผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท