17/09/2015
เจาะตำนาน JACK DANIEL’S TENNESSEE WHISKEY
โคคา โคลา ลีวายส์ แมคโดนัลด์ มาร์โบโร ไอบีเอ็ม และ แจ็คแดนียลส์ เทนเนสซี่วิสกี้ คุณคิดว่า โลโก้ สินค้า ต่าง ๆ เหล่านี้มีอะไรที่เหมือนกันอยู่ ทุกๆโลโก้ที่ผมเอ่ยขึ้นมานั้น ต่างติดอยู่ในอันดับท็อปเท็นสินค้าอเมริกันที่คนจำได้ในโลกนี้
เมื่อครั้งที่ มิสเตอร์ แจ๊ค แดเนียลส์ จดทะเบียนโรงกลั่น ของเขาครั้งแรกตั้งแต่ปี 1866 และเริ่มต้นผลิตวิสกี้ รสกลมกล่อมขึ้นมาเขาไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเหล้าตัวนั้นจะเป็นที่นิยมดี่มกันไปทั่วโลกเช่นในปัจจุบัน
อะไร ที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ เทนเนสซี่วิสกี้ ประสพความสำเร็จ ..? ถ้าอยากจะทราบคำตอบ ก็ต้อง พาทุกท่านย้อนอดีตกลับไปเล่าถึงตำนานของแจ๊ค แดเนียลส์ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18
ขณะนั้นยังมีอายุได้ 7 ปี หนูน้อยแจ๊ค ได้ไปทำงานให้กับหลวงพ่อ ที่มีร้านขายของเล็กๆ ด้วย เขามีชื่อว่า แดน คอล
บังเอิญหลวงพ่อ แดน คอล สามารถผลิตวิสกี้ ได้ หนูนอ้ยแจ็ค จึงทำงานอย่างหนักเพื่อขอแลกกับวิชาความรุ้ทางด้านผลิตวิสกี้จากแก จนวันหนึ่งแดนคอลเห็นถึงพยามอุตสาหะ จึงยอมให้หนูน้อยแจ๊คได้มีหุ้นส่วนร่วมในกิจการด้วย ซึ่งขณะนั้นได้มีเหตุการณ์สำคัญ 13 อย่างเกิดขึ้น
1. แจ๊คแดเนียลส์ เรื่มแตกเนื้อหนุ่มมีอายุได้ 13 ขวบพอดี
2. แดน คอล ตัดสินใจจะไปเป็นพระแบบเต็มเวลา
3. เขาเลยขายหุ้นทั้งหมดในการผลิตเหล้าให้กับ ลูกศิษย์สุดรัก – แจ๊ค แดเนียลส์
แจ๊คจึงคิดใช้ ประโยชน์จากโอกาสที่เขาได้รับจากแดนคอล ให้เต็มที่ เขามีความคิดที่จะผลิตวิสกี้ที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้น เขาจึงคิดค้น ไม่ใช่แต่เฉพาะวิสกี้ที่ดีที่สุดเท่านั้น เขายังผลิตสิ่งที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวด้วย แจ๊ค แดเนียลส์ ผลิตวิสกี้ของเขาโดยใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่จาก ข้าวโพด นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมจองข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์หมัก แต่แค่ส่วนผสมแค่นั้น ไม่สามารถทำให้ แจ๊คแดเนียลส์มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะได้ โรงกลั่นเหล้าหลายๆ แห่งค้นพบว่า ข้าวโพดคือส่วนผสมที่ดีที่สุดสำหรับผลิตวิสกี้ ซึ่งโดยที่จริงแล้วตามกฎหมายของการผลิตเหล้า เบอร์เบิน และ เทนเนสซี่วิสกี้ ต้องประกอบไปด้วย ข้าวโพด อย่างน้อย 51 % สิ่งที่แจ๊คแดเนียลส์แตกต่างจากวิสกี้ยี่ห้ออื่น ก็คือ น้ำ ที่ได้มาจากแหล่งน้ำที่ปราศจากธาตุเหล็กและกรรมวิธีการกรองผ่านถ่านไม้เม เปิ้ล
CHARCOAL – MELLOWING ที่รู้กันดีว่า “กรรมวิธีแบบลินคอลน์โบราณ” ซึ่งทำให้ แจ๊คแดเนียลส์ แตกต่างไปจากวิสกี้ทั่วไป ในขั้นตอนการกรอง เขาจะใช้ถ่านไม้ที่ได้จากการเผาไม้เมเปิ้ล ซึ่งทำในพื้นที่ของโรงกลั่นนี่เองโดยเขาจะใช้วิสกี้ใสบริสุทธิที่ผ่าน การกลั่นมาแล้ว กรองผ่านถังใหญ่ ที่อัดแน่นไปด้วยถ่านไม้เมเปิ้ล ซึ่งแต่ละหยด ต้องใช้เวลา 10-12วันในการซึมผ่าน เพื่อที่จะให้ได้วิสกี้ที่ดีที่สุดดังที่ตั้งปณิธานไว้ แจ๊คแดเนียลส์ ก็ยินดีที่จะรอและคิดว่ามันคุ้มค่า
ขณะที่มิสเตอร์ แจ๊ค ได้คิดค้นกรรมวิธี การกรองผ่านถ่านไม้เมเปิ้ลนั้น เขาหารู้ไม่ว่า เขาได้คิดค้นวิสกี้ชนิดใหม่ ขึ้นมาอีกชนิดในโลก นั้นคือ เทนเนสซี่วิสกี้นั้นเอง ไม่มีวิสกี้ชนิดไหนในโลกนี้ สามารถอ้างถึงกรรมวิธีการผลิตแบบ ลินคอร์นโบราณได้เหมือนกับ แจ๊ค แดเนียลส์
ในช่วงต้นปี 1860 รัฐบาลอเมริกันได้มีความคิดที่จะจัดระเบียบทั้งในเรื่องการผลิตและการจัด เก็บภาษีเหล้า จนกระทั่งปี 1866 โรงกลั่นแจ๊คแดเนียลส์ ก็ได้กลายเป็นโรงกลั่นจดทะเบียนถูกต้องเป็นแห่งแรกของรัฐบาลอเมริกา
หลายปีต่อมา แจ๊คแดเนียลส์ ซึ่งไม่เคยแต่งงาน ก็ได้มอบหมายให้ หลานชายสุดที่รักชื่อว่า เล็ม มอทโลว์ มารับสืบทอดกิจการต่อไป เพราะเขาไว้ใจมากที่สุดและคิดว่า เล็ม จะช่วยสืบทอดเจตนารมย์ของเขาในการผลิตวิสกี้ชั้นยอด เพราะว่า เล็ม มีคำพุดอยุ่ประโยคหนึ่งซึ่งเขาประทับในมากก็คือ “ ทุกๆวันที่เราผลิตวิสกี้ออกมาเราจะต้องทำมันให้ดีที่สุด “
“ Every day we makeit , we’ ll make it the best we can ”
เล็ม มอทโลว์ ก็เลยกลายเป็นเจ้าของเต็มตัว หลังจากแจ๊คแดเนียลส์ได้เสียชีวิตไป มีเรื่องเล่ากันว่าสาเหตุของการตาย เกิดจากวันหนึ่งเขาโมโหมากที่ไม่สามารถเปิดเซฟ ได้เขาจึงเตะเซฟ นั้นเข้าไปอย่างแรงตอนแรกก็ไม่ได้เตะรุนแรงอะไร แต่หลังจากนั้นอาการก็มีแต่ทรุดลงเรื่อยๆ 6 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ แจ๊คแดเนียลส์ก็ถึงแก่ชีวิตแต่เรื่องราวของเขาไม่ได้จบลงแค่นั้น
นอกจากความมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวแล้ว จุดขายที่สำคัญของแจ๊คอีกอย่างก็คือ ความยึดมั่น
( CONSISTENCY ) ตั่งแต่ห่อ บรรจุภัณฑ์ จนกระทั่งการโฆษณา แจ๊คจะเน้นถึงแต่คุณภาพ และการสืบทอดของตำนาน แจ๊คแดเนียลส์ได้รับการยอมรับจากทั่งโลกในเรื่องของการยึดมั่น และการสืบทอดเจตนารมย์จากอดีต อะไรที่ได้รับการสืบทอดเจตนารมย์หลังจาก ธุรกิจได้ตกอยุ่ในมือของเล็มมอทโลว์
เล็มมอทโลว์ ไม่ได้เป็นเพียงแต่ผู้ผลิตวิสกี้ที่ดีที่สุด เขายังเป็นนักธุรกิจที่ดีด้วย เมื่อตอนที่อเมริการประกาศห้ามผลิตเหล้าทุกชนิด และปิดโรงกลั่นทุกโรงในอเมริกามอทโลว์ก็หันไปทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องปั่น ด้าย ซึ่งธุรกิจก็ไปด้วยดี จนกระทั้งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1
หลังจากรัฐบาลได้ อนุญาตให้กับมาผลิตเหล้าได้อีก เขาก็เริ่มธุรกิจโรงกลั่นขึ้นใหม่ในปี 1938 แต่เปิดได้ไม่กี่ปีก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นอีก รัฐบาลก็สั่งปิดโรงเหล้าอีกในช่วงของภาวะสงครามพอสงครามสงบ รัฐบาลก็เริ่มให้มีการผลิตเหล้าได้อีกในปี 1946 แต่เล็มก็ไม่เริ่มเปิดโรง
กลั่นของเขาในทัน ที่ เพราะว่าหลังจากสงครามวัตถุดิบที่ดีจะต้องถูกจัดเป็นเสบียงก่อน จึงเหลือแต่วัตถุดิบที่ด้อยค่าเท่านั้นสำหรับการผลิตเหล้า เล็มจึงตัดสินใจไม่ผลิตถ้าไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด
หลังจากรัฐเริ่ม คลายกฎในการจัดหาเสบียง และเล็มสามารถหาวัตถุดิบชั้นเยี่ยมสำหรับผลิตแล้วเขาจึงเปิดโรงกลั่นของเขา อีกครั้งหนึ่งตอนปลายปี 1947
ความยึดมั่นและความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคของเขา ได้สืบทอดมาจนกระทั่งรุ่นลูก ไม่ว่าจะเพิ่มกำลังผลิตไปขนาดไหนสิ่งหนึ่ง ซึ่งพวกเขาไม่เคยลืมเลยคือความยึดมั่นต่อกระบวนการ การผลิตซึ่งเป็นสิ่งที่ แจ๊คแดเนียลส์สืบทอดผ่านมาหลายชั่วอายุคน จนถึงผู้บริโภคในปัจจุบัน
สาเหตุอีกประการของความสำเร็จของแจ๊คแดเนียลส์เทนเนสซี่ ก็คือความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีในสินค้า หรือ BAND LOYALTY เพราะว่าแจ๊คแดเนียลส์มีเสน่ห์ในตัวเอง เริ่มจากการผลิตที่ไม่รีบร้อน พนังงานทุกคนทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ทำงานด้วยใจที่รักในงานที่ทำและภูมิใจในสินค้าที่ผลิตทุกคนต้องการแต่ผลงาน ที่ดีเลิศออกมาไม่ใช่ ต้องการชื่อเสียงหรือเงินทอง ความคิดเช่นนี้ได้ถูกฝังลึกลงในความรู้สึกของผู้บริโภค ทั่วโลกมาเป็นเวลาช้านาน
ดังนั้น สิ่งที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ประสพความสำเร็จก็คือ 1 เอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว
( UNIQUE ) ความยึดมั่น (CONSISTENCY) ความจงรักภักดีของผู้บริโภค ( BAND LOYALTY ) ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ทั้งหมดรวมกันถึงประกอบกันเป็นความสำเร็จของแจ๊คแดเนียลส์
คราวนี้เรามาลองดุความในรายละเอียด ของส่วนประกอบที่ทำให้เกิดความสำเร็จกัน
อะไรที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว ต่างจากวิสกี้อื่นๆ ทั่วไป
สิ่งแรกก็คือ แจ๊คแดเนียลส์ เป็นเหล้าในระดับ ซุปเปอร์พรีเมียม ของอเมริกาซึ่งความเป็นซุปเปอร์พรีเมียมนั้นก็ดีอยุ่แต่ไม่ถึงกับทำให้เป็น สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเราลองมาดูชารท์ต่อไป ในชารท์โชว์ให้เห็นว่า ในซุปเปอร์พรีเมียมนั้นมี ทั้ง CANADIAN WHISKY , SCOTCH WHISKY , BOURBON แต่มาดูที่ %TENNESSEE WHISKY ซึ่งมีเฉพาะแจ๊คแดเนียลส์เท่านั้น มียอดถึง 96 %
กรรมวิธีในการผลิตแจ๊คแดเนียลส์ ก็เริ่มต้นเหมือนกับการผลิตเบอร์เบินทั่วไปแต่แตกต่างกันตรงที่เราใช้แหล่ง น้ำ ที่ปราศจากธาตุเหล็ก มิสเตอร์แจ๊ค แดเนียลส์ สร้างโรงกลั่นของเขาในเมือง ลินช์เบิรก์ มลรัฐ เทนเนสซี่ เพื่อที่จะได้แหล่งน้ำทีบริสุทธิ์ จากถ้ำที่มีน้ำอุณหภูมิคงที่ประมาณ 13 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นน้ำที่เหมาะมากในการทำวิสกี้ น้ำมีส่วนสำคัญมากในการผลิต และมีผล อย่างมากต่อรสชาติของวิสกี้นั้น ๆ ถ้าหากน้ำนั้นมีธาตุเหล็ก วิสกี้นั้นจะมีสีดำและจะทำลายรสชาติ
ขั้นต่อไป คือการคัดเลือกวัตถุดิบ ข้าวโพด ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ตามกฎหมายเหล้าเบอร์เบิน และเทนเนสซี่ วิสกี้ ต้องผลิตจากข้าวโพดอย่างน้อย 51% แจ๊คแดเนียลส์ ก็ปฏิบัติตามกฎข้อนี้ แต่เราเลือกเฉพาะข้าวโพดที่ดีที่สุด ข้าวไรย์ที่ดีที่สุด และเมล็ดพันธุ์สำหรับข้าวหมักบาร์เลย์ที่ดีที่สุดเท่านั้น
ขั้นตอนผลิตขั้น ต่อไป คือ การปรุงส่วนผสมของธัญญาพืชต่างๆ กับน้ำจากลำธารใต้ดินธรรมชาติ ( CAVE SPRING WATER ) ขั้นแรกจะผสมน้ำกับข้าวโพดบดก่อนแล้วจึงนำไปต้มแล้วปล่อยให้เย็น หลังจากนั้นก็เติมข้าวไรย์แล้วตามด้วยข้าวหมักบาร์เลย์ จากนั้นก็เติมยีสต์ลงไป ซึ่งเรียกว่าขั้นตอนการหมัก ยีสต์ก็จะทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลที่อยู่ในถังให้เป็นแอลกฮอล์ เรามีการควบคุมมาตรฐานด้วย การนำส่วนของที่เหลือจากการหมักของถังก่อน เพื่อเป็นฐานของการหมักถังต่อไป ซึ่งเรียกว่า “ SOUR MASH “ (ดังที่ปรากฏอยู่บนฉลาก)
ข้าวในถัง จะหมัดอยู่เป็นเวลาประมาณ 5 วัน ก็จะมีลักษณะเป็นน้ำขุ่นๆ คล้ายๆ เบียร์ ซึ่งก็พร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไปคือการ กลั่น ซึ่งจะกลั่นในหม้อทองแดงซึ่งสูงถึง 100 ฟุต ขั้นตอนการกลั่นนี่จะแยกแอลกฮอล์ออกจากตัวน้ำแล้วผ่านความร้อนทำให้กลายเป็น หยด น้ำใสบริสุทธิ ซึ่งมีแอลกฮอล์มากถึง 70 ดีกรี ขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เหมือนกับกรรมวิธีผลิตเบอร์เบินทุกอย่าง
แต่มาถึง ขั้น ตอนที่ทำให้แจ๊ค แดเนียลส์ เทนเนสซี่ วิสกี้ แตกต่างจากวิสกี้ชนิดอื่นๆ ทั่วไปถ้าแจ๊ค แดเนียบลส์เป็นเหล้าเบอร์เบิน เราก็จะเอาแอลกฮอล์บริสุทธิ์นี้ไปบ่มในถังไม้โอ๊กเลยแต่เนื่องจากแจ๊คไม่ใช่ เบอร์เบิน จำต้องมีขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง นั้นก็คือ การกรองผ่านถ่านไม้เมเปิ้ล การกรองนี้ถือเป็นงานปราณีตของโรงกลั่นแจ๊ค ทุกๆ หยดของวิสกี้ ต้องใช้เวลา 10-12 วันในการผ่านถ่านลงสู่ก้นถัง
ถ่านไม้เมเปิ้ล นี้ ได้มาจากการสืบทอดประเพณีมาหลายชั่วอายุคน เราคัดไม้เมเปิ้ลชั้นดีจากป่าทางแถบตอนกลางมองรัฐเทนเนสซี่ ซึ่งจะนำมาตัดเป็นท่อนๆ ขนาดความยาวประมาณ 5ฟุต ความหนาประมาณ 4 นิ้ว แล้วนำมาเรียงเป็นกองดังที่เห็นในรูป เมื่องกองแล้วต้องทิ้ง ไว้ให้แห้งประมาณ 3 อาทิตย์ แล้วจึงนำไปเผาไปเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะได้เป็นถ่านที่สะอาดและไม่มีเขม่า หลังจากนั้นก็จะนำเอาถ่านไม่ไปบด เป็นชั้นเล็กๆ ประมาณชิ้นละ 1 ตารางนิ้ว แล้วนำมาอัดแน่นใส่ในถังไม้ขนาดใหญ่ หลังจากนั้นก็จะให้วิสกี้ไหลซึมผ่าน ทีละหยด ทีละหยด
ขั้นตอนการกรอง นี้ทำให้วิสกี้ปราศจากน้ำมัน ,กลิ่น และ กรด หลังจากนั้นก็จะนำไปบ่มในถังไม้โอ๊กใหม่ ที่เผาด้านใน NEW CHARRED OAK BARRELS เพื่อทำการหมัด ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปี เพื่อที่จะได้เป็นแจ๊คแดเนียลส์เทนเนสซี่วิสกี้ ที่เลืองชื่อ ทุกคนในโลกที่หลงไหลใน แจ๊คแดเนียลส์ต่างก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป แต่ก็มีส่วนประกอบ ที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นสาเหตุหลักทีทำให้ภาพพจน์ของแจ๊คแดเนียลส์ แตกต่างจากวิสกี้อื่น นั้นก็คือ ประวัติ และตำนานที่มีมายาวนาน
ขอย้ำอีกครั้งว่า ขั้นตอนการผลิตที่ไดรับการยกย่องตั้งแต่ปี 1866 ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงมันได้มีการสืบทอดจากรุ่น สู่รุ่น ด้วยความเคารพและความภูมิใจ ผู้คนในทุกรุ่นมีความรู้สึกตื่นเต้นกับการสืบทอดกรรมวิธีแบบดั้งเดิมด้วย ความซื่อสัตย์และยึดมั่นในคุณภาพ ซึ่งสร้างความเชื่อถือให้เกิดกับคนมากมายทั่วโลก
นั่นคือสาเหตุที่ ในปี 1955 บรรดาเพื่อนๆ ที่แจ๊คแดเนียลส์ได้ประชุมกันและช่วยกันเชียนที่สมัยนี้เขาเรียกกันว่า “ แผนการตลาด “ MARKETING PLAN สำหรับเหล้าแจ๊คแดเนียลส์ มีกฎง่ายๆ 8 ข้อ ที่รวมมันเป็น กลยุทธ์ทางการตลาดของแจ๊ค ซึ่งได้มีกรยึดถือปฎิบัติกันต่อๆ มาเป็นเวลากว่า 40 ปี โดยเฉพาะข้อแรก ที่กล่าวไว้ว่า “ Maintain product quality and unique taste”
หรือ รักษาไว้ซึ่งคุณภาพและเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะ
ในปี 1956 เมื่อครอบครัวของตระกูล บราวน์ , เจ้าของบริษัทบราวน์โฟร์แมน ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐ เคนตั๊กกี้ ได้เข้า ซื้อโรงกลั่น พวกเขาแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย นั้นก็เพราะว่าพวกเขามีความคิดเหมือนกับ ตระกูลมอทโลว์ เขาเคารพในเรื่องคุณภาพ ประวัติ ความเป็นมาและความต่อเนื่อง
และที่เมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “ ลินช์เบิร์ก “ ซึ่งก็ถือเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะของแจ๊คแดเนียลส์ อีกข้อหนึ่ง เมืองเล็กนี้ ตั้งอยู่ในแถบหุบเขาเทนเนสซี่ของสหรัฐอเมริกา ทุกๆ คนมีความภูมิใจและปกป้องตำนานของพวกเขา ความเข้าใจในชีวิตประจำวันที่ไม่มีวิสกี้ตัวไหนมีบุคลิก เหมือน ความมีเสน่ห์ ความยึดมั่น ความเป็นตัวเอง ล้วนแต่เป็นบุคลิกที่โดดเด่นและสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และท้ายที่สุดเราก็ไม่สามารถลืม ลูกค้า ที่มีความรักและหลงใหล และไม่เคยเปลี่ยนใจไปหาวิสกี้ตัวอื่น นั้นคือเหตุผลหลักที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ประสบความสำเร็จอย่างดี
ลูกค้าของแจ๊ค แดเนียลส์ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ พวกเขาไม่ได้จะชอบแต่เพียงสินค้าเท่านั้น พวกเขายังรักในตำนาน บุคลิก ลักษณะ และความมีมนต์ขลัง ของแจ๊ค ทำไมเราถึงรู้หรือ ? สาเหตุหนึ่งก็เพราะว่า กว่าหนึ่งล้านคนได้เขียนจดหมายถึงโรงกลั่นโดยตรงแล้วบอกกับเราว่า อีกทั้ง โฮมเพจ ของเราก็ได้รับการเยี่ยมชมมากกว่า 300,000 ครั้งต่อเดือน และ WEB SITE ของแจ๊คแดเนียลส์ได้รับการโหวตให้เป็นติดอันดับใน 15 % ของ WEB SITE ยอดนิยมทั่วโลก และนอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวกว่า 250,000 คนต่อปี ได้เข้าเยี่ยมชมโรงกลั่นเพียงเพื่ออยากจะเห็นว่าเพื่อนของเขา ผลิตวิสกี้ที่แสนรักของเขาออกมาอย่างไร
นอกจากเรื่องราวที่กล่าวมา แฟนพันธุ์แท้ของแจ๊คทั้งหลายยังมีความภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมอยู่ใน “ โครงการผู้ดีแห่งเทนเนสซี่ “ หรือ “ TENNESSEE SQUIRE PROGRAM “ โครงการนี้เป็นเสมือนฑูตสันถไมตรีของ แจ๊ดแดเนียลส์ คนที่จะได้ร่วมในโครงการนี้ก็จะเกิดจากแนะนำของตัวแทน แจ๊ค หนือจากสมาชิกคนอื่นๆ พวกเขาจะได้รับบัตรสมาชิก และได้รับการโฉนดที่ดิน ส่วนหนึ่งในเมือง ลินช์เบิร์ก ในเมืองเทนเนสซี่ บ้านของแจ๊คแดเนียลส์
แจ๊คแดเนียลส์ ยังได้รับความนิยมที่นำไปเป็นส่วนประกอบของภาพยนต์ดังๆ หลายๆเรือง หนังที่ดังๆ อย่างเช่น Raider’s OF The Lost Ark , Scent of a Woman , Basic Instinct, Pearl Harbor
พริ้งคนเริงเมือง เสือ 11 ตัว เป็นต้น
เราได้กล่าวถึง WEB SITE ของแจ๊คแดเนียลส์ คราวนี้เราลองมาดูในรายละเอียดกันบ้าง เราได้ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีปัจจุบัน กับตำนานอันอมตะของแจ๊คแดเนียลส์ ลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม ในช่วงอายุ 20-30 ปี ที่พร้อมเสมอกับการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค อินเตอร์เน็ท โดยขณะที่เขายังใส่ยีนส์ ตัวโปรดทุกๆ ที่ที่พวกเขาไป เขาคาดหมายที่จะเห็นผลิตภัณฑ์ที่เขารักอยู่ที่นั้น พวกเขาพบกับเราในโลกแห่งอินเตอร์เน็ท และแจ๊คแดเนียลส์ก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง พวกเขามีความตื่นเต้นมากที่ได้คลิกเม้าส์ ได้พบเรื่องราวที่เขาประทับใจในแจ๊ค เราลองมาดูอัตราการเติบโตและยอดขายของแจ๊คจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก แจ๊คแดเนียลส์ จัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ประเภท ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ในตลาดสากลทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่เราจะถูกตั้งราคาในระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยม ในระดับเดียวกับ Johnnie Walker Black Label , Chivas Regal
อัตราการเติบโต ที่โตขึ้นทุกๆ ปี ในประเทศที่เป็นประเทศที่ดื่ม Scotch Whisky มาก่อนเช่น อังกฤษ กรีซ เยอรมัน และญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงอนาคตอันสดใสของ สินค้าตัวนี้
แต่ด้วยความนิยมที่เพิ่มขี้นของเหล้าเบอร์เบิน อเมริกา เราก็ สามารถพบแจ๊คแดเนียลส์ แข่งขันกับสินค้าเบอร์เบินตัวอื่น เช่น Jim Beam , Four Roses , Wild Turkey หรือ Maker’s Mark
และถึงแม้การแข่ง ขันสูงเพียงไร แจ๊คแดเนียลส์ก็ยังคงไว้ซึ่งนโยบายราคาและพยายามเลี่ยงที่จะลดราคาสินค้า เหมือนเหล้าเบอร์เบินชนิดอื่น เพราะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับลูกค้าที่ดื่ม แจ๊ค แดเนียลส์ ทำไมหรือ ? เพราะแจ๊คแดเนียลส์ จัดว่าเป็นสินค้าในระดับพรีเมี่ยม ทุกๆ ครั้งที่ลูกค้าที่ดื่มวิสกี้เป็นหลักคนหนุ่มเหล่านั้นท่าอายุระหว่าง 20-30 ก็ยังชอบเครื่องดื่มหลายๆ อย่างตากต่างกันไป เช่น เบียร์, รัม , ว๊อดก้า. และยิน จากากรสำรวจยังพบว่า พวกคนหนุ่มที่ดื่มแจ๊ค นั้น เขาก็ยังคงดื่ม แจ๊คอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น นั้นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ แจ๊คแด
เนียลส์ ประสพความสำเร็จ
สิ่งที่เป็นตัวเลขแสดงถึงความสำเร็จของแจ๊คแดเนียลส์ ก็คือ แจ๊คแดเนียลส์ ติดอยู่ใน TOP TEN ของเหล้าที่ขายดีที่สุดในโลก ในปี 1953 แจ๊คแดเนียลส์ขายได้เพียง 200,000 ลัง ทั่วโลก ในขณะที่ปีที่เพิ่งผ่านไป แจ๊คแดเนียลส์ขายได้ถึง 6.4 ล้านถัง ขณะนี้แจ๊คแดเนียลส์เป็นวิสกี้ที่ขายดีเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองก็แต่เพียง Johnnie Walker Red ซึ่งขายได้ประมาณ 6.8 ล้านลัง
ตลาดที่สำคัญๆ ที่เราถือว่า เป็นตลาดที่มั่นคง ESTABLISHED แล้วเช่น สหราชอาณาจักร , เยอรมัน , ญี่ปุ่น หรือ ออสเตเรีย ส่วนตลาดที่อยู่ในขั้นพัฒนา และมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างมากเช่น ตุรกี ,อาฟริก้าใต้ , จีน ,บราซิล , และแน่นอนประเทศไทย นั้นคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า บราวน์โฟร์แมนได้สร้าง แจ๊คแดเนียลส์ให้เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงแข็งแรงและเป็นสินค้าของมันเอง แล้ว บราวน์โฟร์แมนยังมีการจ้างบุคลากรและมีการลงทุนสร้างสินค้าเป็นเวลาสืบ เนื่องกันมา นอกจากนี้ เรื่องราวของแจ๊คแดเนียลส์ก็เป็นเรื่องที่เล่าสืบทอดกันมา โดยไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลากว่า 40 ปี แล้ว เรายังคงกล่าวถึงความเป็นมา และยังเน้นถึงคุณภาพและภาพพจน์และความเป็นอเมริกัน ซึ่งแท้จริงแล้ว การที่เราเร่งการลงทุนในตลาดต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เราเห็นว่าเราแทบไม่ต้องทำอะไรกับการโฆษณาของเราเลย เพราะความเป็นอเมริกัน ความคลาสสิค เป็นสิ่งที่ยากที่สินค้าตัวอื่นใดจะมีได้เหมือน
ในตลาดสากลทั่วไปเราอาจมีโอกาสที่จะเพิ่มความรู้จักในสินค้ามากกว่า ที่สามารถจะทำได้ในสหรัฐอเมริกา ด้วย สปอตวิทยุ โฆษณาทางโทรทัศน์ หรือในโรงภาพยนต์ เราสามารถที่จะสื่อกับผู้บริโภคได้มากขึ้นในโลกปัจจุบัน เรายังค้นพบว่าขณะที่แจ๊คแดเนียลส์ ยึดติดอยู่กับเรื่องราววัฒนธรรมอเมริกัน และแจ๊คแดเนียลส์ก็เป็นสัญลักษณ์ของอเมริกันอย่างแท้จริง จริงๆ แล้วแจ๊คแดเนียลส์ยังเป็นสินค้าที่เรียกได้ว่า อยู่ในหัวใจของคนทั่วโลกไปแล้ว ด้วยความรักในตัวสินค้าและความชื่นชมในความสม่ำเสมอ และไม่เปลี่ยนแปลง ในด้านคุณภาพและภาพลักษณ์ ของผู้คนที่เกี่ยวข้องและประเพณีที่สืบทอดต่อกันมา การที่แจ๊คแดเนียลส์เป็นแบรนด์ที่มีคนรักมากที่สุดรวมทั้งการเป็นอเมริกัน วิสกี้ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด อาจจะทำให้มิสเตอร์แจ๊คแดเนียลส์ มีความสุขใจ แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดก็คือ ทุกวันนี้ เรายังผลิตวิสกี้ อย่างเดิมเหมือนอย่างที่เขาผลิตในปี 1866 ตอนนั้นเขาพูดว่า “ ทุกๆ วันที่เราผลิตวิสกี้ออกมา เราจะต้องทำมันให้ดีที่สุด “
Cr : http://www.cocktailthai.com