07/08/2026
สรุปข่าว 2 แกนนำต้านขยะพิษภาคตะวันออกถูกลงขันตั้งค่าหัว
—————
🔴 จีน: อดีตโรงงานรีไซเคิลของโลก
:
1- ในอดีต จีนเคยเป็นศูนย์กลางรับซื้อขยะอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก เพื่อนำมารีไซเคิล ทำให้ในจีนมีโรงงานรีไซเคิลจำนวนมาก จนได้รับฉายา “โรงงานรีไซเคิลของโลก”
2- โดยส่วนใหญ่จีนจะรับซื้อขยะจากยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ประเทศร่ำรวยเหล่านี้สร้างขยะอุตสาหกรรมเยอะมาก แต่ประเทศของเขามีกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ค่าแรงก็สูง ทำให้การกำจัดขยะมีต้นทุนสูง จึงเลือกส่งออกไปจีนแทน
—————
🔴 นโยบายลงดาบ…ปิดประตูโรงงานรีไซเคิล
:
3- แต่เนื่องจากขาดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ โรงงานรีไซเคิลเหล่านี้จึงสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนจีนอย่างร้ายแรง
4- ในปี พ.ศ. 2561 รัฐบาลจีนจึงประกาศ “นโยบายลงดาบแห่งชาติ” (National Sword) แบนการนำเข้าขยะอุตสาหกรรมแทบทั้งหมด เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและประชาชนของตัวเอง
5- โรงงานรีไซเคิลจำนวนมากในจีนเลยต้องปิดตัว นายทุนจีนจึงมองหาประเทศอื่นเพื่อย้ายฐานการผลิต โดยประเทศนั้นจะต้องมีต้นทุนต่ำ มีกฎหมายอ่อนแอ และมีข้าราชการทุจริต ที่ไหนดีน้าาาา ??
—————
🔴 จุดเปลี่ยนของประเทศไทย
:
6- พอดิบพอดีกับที่ในปี 2561 ไทยได้จัดตั้ง “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)” ทำให้ภาคตะวันออกของไทยกลายเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, ปราจีนบุรี
7- เมื่อมีโรงงานก็ย่อมมี “กากอุตสาหกรรม” เกิดขึ้น เช่น สารเคมีอันตราย โลหะหนัก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก สิ่งปฏิกูล ฯลฯ ซึ่งต่อจากนี้จะเรียกรวมกันว่า “ขยะพิษ” นะคะ
8- โดยปกติแล้ว โรงงานอุตสาหกรรมจะจ้างบริษัทบำบัดหรือทำลายขยะพิษอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม แต่กระบวนการดังกล่าวมีต้นทุนสูงมาก
9- มันเลยไปสบช่องให้พวกทุนจีนหลั่งไหลเข้ามาตั้งโรงงานรีไซเคิลในไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออก พร้อมเสนอค่าบริการกำจัดขยะพิษในราคาถูก
10- โดยโรงงานรีไซเคิลเหล่านี้มักจ้างคนไทยมาเป็นนอมินีถือหุ้น 51% และจดทะเบียนเป็นกิจการประเภทอื่นบังหน้า เช่น โรงหลอมโลหะ โรงบดพลาสติก หรือคลังสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบที่เข้มงวดของภาครัฐ
11- และโรงงานรีไซเคิลเถื่อนพวกนี้เค้าไม่ได้จ้างแรงงานไทยนะ เค้าเอาคนของตัวเองมาจากจีน และจ้างแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า กัมพูชา ส่วนสินค้าที่รีไซเคิลแล้วก็ส่งกลับไปขายในจีน เลยกลายเป็น “โรงงาน 0 เหรียญ” คือนำรายได้เข้าไทย 0 บาทนั่นเอง
—————
🔴 ลักลอบนำเข้าขยะพิษข้ามชาติ
:
12- สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ โรงงานรีไซเคิลเถื่อนพวกนี้ยังลักลอบนำเข้าขยะพิษจากต่างประเทศด้วย ทั้งจากยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น
13- แล้วขยะพิษพวกนี้ผ่านด่านศุลกากรไทยมาได้อย่างไร ? มีหลายวิธีค่ะ เช่น ติดสินบนข้าราชการไทย หรือไม่ก็ “สำแดงเท็จ” คือติดฉลากตู้คอนเทนเนอร์ว่าเป็นวัสดุรีไซเคิลบ้าง สินค้ามือสองบ้าง แต่ที่จริงเป็นขยะพิษ
—————
🔴 ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นใคร แต่ใกล้ตกเป็น “อาณานิคมขยะ”
:
14- และที่เลวร้ายที่สุดคือ โรงงานรีไซเคิลเถื่อนพวกนี้ไม่ได้กำจัดขยะพิษตามมาตรฐาน เพราะต้นทุนสูง จึงใช้วิธีเผาในลานกลางแจ้ง, แอบเอาไปฝังกลบในไร่นาหรือที่ดินของชาวบ้าน, จ้างรถบรรทุกเอาไปเททิ้งในบ่อดินเก่า หรือทิ้งลงแหล่งน้ำ
15- ซึ่งการจะเอาขยะพิษไปทิ้งตามที่ดินชาวบ้านได้ก็ต้องมีคนในพื้นที่เป็น “นายหน้า” คอยหาที่ดินลับตาคนให้ เลยกลายเป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างทุนจีนกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นของไทย
16- ผลที่ตามมาคือ การปนเปื้อนของสารพิษในดิน ในแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตร และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แบบที่จีนเคยโดนนั่นแหละ
17- ที่จริงการลักลอบทิ้งขยะพิษเป็นปัญหาในไทยมานานแล้ว แต่การทะลักเข้ามาของทุนจีนในปี 2561 กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ยกระดับปัญหานี้สู่ขั้นวิกฤต มีขยะพิษข้ามชาติหลั่งไหลเข้ามามหาศาล เปลี่ยนภาคตะวันออกให้กลายเป็น "สุสานขยะพิษ" และผลักให้ไทยกลายเป็น "อาณานิคมขยะ" ของประเทศร่ำรวยโดยไม่รู้ตัว
—————
🔴 ลงขันตั้งค่าหัว 2 แกนนำ
:
18- เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่พึ่งพารัฐไม่ได้ ชาวบ้านจึงต้องลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นเครือข่ายภาคประชาชนและ “แกนนำต้านขยะพิษภาคตะวันออก“
19- แกนนำคนสำคัญ 2 คน ที่กำลังตกเป็นข่าวตอนนี้ คือ
◾️ พี่แหลม - สุนทร คมคาย อายุ 52 ปี ชาวปราจีนบุรี
◾️ สุเมธ เหรียญพงษ์นาม อายุ 54 ปี ชาวปราจีนบุรี
20- พวกเขาทำทุกอย่างที่รัฐไม่ทำ เช่น ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดลักลอบทิ้งขยะพิษ, สะกดรอยตามรถบรรทุก, สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำและดินไปตรวจหาสารเคมี, ล่ารายชื่อ, ร้องหน่วยงานรัฐ, เปิดโปงเครือข่ายโรงงานเถื่อนและทุนเทา
21- การต่อสู้ของพวกเขาไปขัดผลประโยชน์ของขบวนการที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาทเข้า นายทุนและผู้มีอิทธิพลจึงคุกคาม 2 แกนนำด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น โทรขู่ ฟ้องปิดปากเรียกค่าเสียหายหลายสิบล้าน ส่งรถยนต์ปริศนาไปซุ่มหน้าบ้าน สะกดรอยตาม มีคนอ้างตัวเป็นทหารมาขอเจรจาถึงในบ้าน หรือแม้แต่วางยาสุนัข
22- และล่าสุดพบเบาะแสว่า มีการร่วมกัน “ลงขัน” เพื่อสังหารแกนนำทั้งสองโดยตั้งค่าหัวคนละ 2 ล้านบาท นับว่าอุกอาจยิ่งนัก
23- ตอนนี้หลายฝ่ายจึงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งปิดโรงงานรีไซเคิลเถื่อน กวาดล้างทุนนอมินีอย่างจริงจัง และร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งสืบสวนและคุ้มครองความปลอดภัยให้ 2 แกนนำกับครอบครัวโดยเร่งด่วน