17/03/2026
#ข้าวเหนียวนัวข้าวสาร ที่ Ordinary Cafe เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 จัดงานแสดงดนตรีสดจาก 4 วง ได้แก่ รัตติกาล, PURPY, PLERN VERN และ SAO BAHT ที่มาเสิร์ฟซาวด์นัว ๆ ให้กับทุกคนในวันนั้น
งานดนตรีครั้งนี้ ทำให้เห็นแนวทางดนตรีที่หลากหลายของนักร้อง นักแต่งเพลง และนักดนตรีอิสระ, การผสมผสานและการทดลองเสียงอิเล็กทรอนิกส์กับการตีความเสียงอีสาน ผ่านเครื่องดนตรีอย่างแคน โหวด พิณ ของ PLERN VERN, แนวดนตรีแบบฮีลใจที่ทำให้เราได้ทบทวนด้านใน อาบเสียงไปกับ SAO BAHT
วงเปิดอย่าง #รัตติกาล พาทุกคนสนุกต้อนรับยามรัตติกาล ด้วยเพลงเปิดชื่อ รัตติกาล และเพลงอื่น ๆ ตามมา รวมทั้งเพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษอย่าง Flow of flower เขียน/ร้อง/เล่นโดย อั้ม รัตติกาล ก็มีให้ฟังในงานนี้ด้วย ต้องเรียกว่าเป็นเพลงประจำตัวของเขาไปแล้ว
แก้วใส วงสามัญชน หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Ordinary Bar แจมกับรัตติกาลหนึ่งเพลงที่สะท้อนตัวตนคนอีสานคือเพลง สามัญชนคนอีสาน
ถัดจาก รัตติกาล เข้าสู่จังหวะแร็พนักร้องและนักแต่งเพลง GenZ ไน้ PURPY เปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่นี่ครั้งแรก ส่วน เพลงติดหูอย่าง "ว่างแล้วบอก (Waiting)" มีคนร้องตามตลอดทั้งเพลง โดยเฉพาะท่อนฮุค
..ถ้า ว่างรัก แล้วมาบอกกันนะ นานแค่ไหน ฉันก็คงต้องยอม ถ้าเธอพร้อม ที่จะบอกคำนั้น หลับอีกกี่ฝัน แค่ได้ตื่นก็พอ ฉันก็ไม่ได้รีบไปไหน เธอไม่ว่ากันใช่มั้ย ขอแค่เพียงให้เธออยู่ อยู่ให้ฉันได้คิดถึงก็พอ...
PLERN VERN พาเสียงอิเล็กทรอนิกส์ผสมผสานเสียงเครื่องดนตรีอีสาน ทุกคนม่วนจอย นัวกับซาวด์ดนตรี และปิดรายการคืนนี้ ส่งทุกคนกลับบ้านด้วยแนวเพลงแบบฮีลลิ่งจาก SAO BAHT
สำหรับ "ข้าวเหนียว นัวข้าวสาร" เป็นงานดนตรีที่มีเรื่องราวทางสังคม การเมือง และบริบทชีวิตความเป็นอยู่ อัตลักษณ์ ตัวตนของชาวอีสานสื่อสารกับผู้ร่วมงาน ผ่านดนตรีและเพลง เพื่อให้เห็นถึงความเลื่อนไหลทางวัฒนธรรมดนตรี
ผู้ดำเนินรายการยังใช้การ "สอย" ซึ่งเป็นคำคล้องจองที่มีทั้งความตลกขบขัน หยอกล้อ แหย่กันเล่น มักได้ยิน "สอย" ตามเวทีหมอลำซิ่ง หมอลำกลอน และ "สอย" ยังใช้ในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมการเมือง ดังนั้น สอย ในงานดนตรีครั้งนี้จึงเกิดขึ้นแบบฉับพลัน ปรับใช้กับงานดนตรีและเวทีแนวอื่นได้ ทำให้เข้าถึงกลุ่มคนหลากหลายรุ่น และสร้างดีกรีความนัวให้กับคืนนี้เช่นกัน ... ว่าแล้ว กะสอย สอย ...
#ชวนดูค / เรื่อง