แก้ร้อยแปดอาการปวด

แก้ร้อยแปดอาการปวด กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ปวดคอ ปว? ที่ปรึกษาเพื่อลดอาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ ปวดหัว ปวดหลัง
หรือบรรเทาอาการโรคออฟฟิตซินโดรม

ยอดยาหมอพื้นบ้่านวัดคีรีวงก์ ไตเรื้อรัง (ยังไม่ฟอก)ขาบวม จนหมดปัญญารักษา โยมลองมองยาในครัว มาต้มรับประทาน1.ตะไคร้ 3 ต้น(...
04/02/2021

ยอดยาหมอพื้นบ้่านวัดคีรีวงก์ ไตเรื้อรัง (ยังไม่ฟอก)ขาบวม จนหมดปัญญารักษา โยมลองมองยาในครัว มาต้มรับประทาน
1.ตะไคร้ 3 ต้น(ทั้งต้น)
2.ใบมะกรูด 9 ใบแก่ๆ
3.น้ำเปล่า 3 ลิตร/ต้มน้ำให้เดือดก่อน แล้วนำสมุนไพร 2 อย่างลงไปต้มอีก10-20 นาที
กรองเอาแต่น้ำ ทาน เช้า-เย็น
หลังอาหาร แก้วกาแฟ/อุ่นทุกๆวัน (หากไม่เข้าใจ รอภาคปฎิษัติ ไลนสดคืนวันที่ 4 ก.พ.64 /1 ทุ่มตรง)

👍เกร็ดยาภูมิปัญญา สมุนไพรไทย👍ตอนที่ 19“นิ่วในถุงน้ำดี ในไต”1. หยวกกล้วย ลอกกาบออกให้เหลือแกนใน นำมาหั่นเป็นท่อนๆ ใส่ถุงพ...
11/01/2021

👍เกร็ดยาภูมิปัญญา สมุนไพรไทย👍
ตอนที่ 19
“นิ่วในถุงน้ำดี ในไต”
1. หยวกกล้วย ลอกกาบออกให้เหลือแกนใน
นำมาหั่นเป็นท่อนๆ ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุง
เก็บในตู้เย็น
เวลาใช้ นำออกมาครึ่งกิโลกรัม
หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มกับน้ำ 2 ลิตร
ต้มให้เดือดก่อนหรี่ไฟให้อ่อน
และต้มอีก 10 นาทีเสร็จ
#รับประทาน
#ก่อนอาหาร # #เช้า/ #กลางวัน/ #เย็น #ครั้งละ 1 แก้วกาแฟ

 #เคล็ดลับ...ระยะห่าง🤣🤣🤣🤣🤣
08/01/2021

#เคล็ดลับ...ระยะห่าง🤣🤣🤣🤣🤣

นิ่วในถุงน้ำดีก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักถุงน้ำดีกันก่อนนะครับ ว่ามันมีเอาไว้ทำอะไร ถุงน้ำดี คืออวัยวะที่อยู่แถวๆช่องท้อง ...
03/12/2020

นิ่วในถุงน้ำดี
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักถุงน้ำดีกันก่อนนะครับ ว่ามันมีเอาไว้ทำอะไร
ถุงน้ำดี คืออวัยวะที่อยู่แถวๆช่องท้อง รูปร่างเป็นกระเปาะ มันคือถุงพักน้ำดีหรือถุงที่กักเก็บน้ำดี บางคนอาจสงสัยว่า..แล้วน้ำดีมันถูกผลิตมาจากไหน มันเหมือนน้ำเดินรึเปล่า 555555 ไม่เหมือนๆ
ตับคืออวัยวะสำคัญที่สร้างน้ำดีครับ แล้วนำไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี เมื่ออาหารที่เรากินผ่านมาถึงลำไส้เล็ก ถุงน้ำดีจะปล่อยน้ำดีที่เข้มข้นเพื่อช่วยลำไส้เล็กทำหน้าที่ในการย่อยอาหาร
คนที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดีส่วนใหญ่ ชอบกินอาหารมันๆ อาหารที่โคเลสเตอรอลสูงๆ ทำให้มีปริมาณโคเลสเตอรอลในน้ำดีสูงมากกว่าปกติไปด้วย น้ำดีก็เลยข้นมากและเต็มไปด้วยโคเลสเตอรอล พอข้นมากขึ้นๆก็เลยตกผลึกและมีแคลเซียม(หินปูน)มาช่วยซ้ำเติมเรา มันมาจับตัวกับโคเลสเตอรอลกลายเป็นก้อนนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งอาจเป็นก้อนเดียว หรือเป็นหลายๆก้อนก็ได้
โรคนิ่วในถุงน้ำดีนี้ ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นได้ครับถ้าเรายังตามใจปาก และเลือกกินแต่เมนูมันๆที่ให้ไขมันสูง ยิ่งกินก็ยิ่งปวด เพราะถุงน้ำดีมันหวังดีอยากบีบน้ำดีไปช่วยย่อยอาหาร ถ้ามีอาการรุนแรง ปวดจุก แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย จนทำให้ปวดท้องต่อเนื่องนานๆ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ถุงน้ำดีเกิดการอักเสบ และต้องรักษาอาการด้วยการผ่าตัด ใครล่ะจะอยากผ่าตัดล่ะค้าบบบ
นิ่วในถุงน้ำดี มักเป็นในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชายประมาณ 1-2 เท่า มักเป็นในคนที่มีภาวะอ้วน คนที่ชอบกินอารไขมันสูง เบาหวาน หรือกินฮอร์โมนที่มีผลต่อการเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดี
ดังนั้น เราก็เลยสามารถลดปัจจัยเสี่ยงของโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ยังไงล่ะครับ เช่น กินแต่พอดีตามหลักโภชนาการ นอนหลับแต่พอเพียง ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ลดอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง คุมปริมาณน้ำตาลและไขมันในกระแสเลือดอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องนะคร้าบ

อาหาร 5 อย่างช่วยทำความสะอาดไต“ไต” อวัยวะรูปถั่วนี้มีหน้าที่สำคัญคือการขับกรองของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารที่เราร...
19/11/2020

อาหาร 5 อย่างช่วยทำความสะอาดไต

“ไต” อวัยวะรูปถั่วนี้มีหน้าที่สำคัญคือการขับกรองของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป นอกจากนั้นยังมีหน้าที่รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ทั้งช่วยควบคุมความดันโลหิตและการสร้างเม็ดเลือดแดง จึงไม่แปลกที่ไตจะมีอาการเสื่อมสภาพได้ง่าย เพราะมันต้องคอย “กรอง” ของเสียออกนอกร่างกายจนทำให้มันสกปรก สุขภาพแย่ลงจนเกิดเป็นโรคต่างๆ เช่น ไตวาย ติดเชื้อในทางเดินปัสสะวะ ไตอักเสบ นิ่วในไต เป็นต้นค่ะ

หน้าที่ของเจ้าของอย่างเราคือต้องคอยทำความสะอาดมันบ้าง นอกจากพฤติกรรมที่เหมาะสม เช่นการหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารสำเร็จรูป ดื่มน้ำให้เพียงพอและออกกำลังกาย นี่คืออาหารธรรมชาติ 5 อย่างที่สามารถช่วยทำความสะอาดไตคุณได้ค่ะ

1. ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันช่วยลดการอักเสบในร่างกาย การอักเสบก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ไตเสื่อมสภาพลง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงไตเรื้อรังได้ด้วย

2. กระเทียมสด
กระเทียมอุดมด้วยสารต้านอนมูลอิสระที่ชื่อว่าอัลลิซิน (Allicin) ที่ช่วยทำลายแบคทีเรีย ลดปริมาณไขมันและความข้นของเลือด ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ

3.แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยใยอาหาร และใยอาหารก็ช่วยลดสารพิษตกค้างในร่างกาย แอปเปิ้ลจึงช่วยให้ไตที่มีหน้าที่กำจัดสารพิษทำงานได้ง่ายขึ้น

4. น้ำมะนาว
ในน้ำมะนาวมีกรดซิตริคที่ช่วยลดระดับแคลเซียมในปัสสาวะ สาเหตุสำคัญของการเกิดนิ่ว ช่วยป้องกันการสะสมของนิ่วในไต วิธีดื่ม ให้บีบมะนาวลงในน้ำเปล่าที่อุณหภูมิปกติแล้วจิบ

5. ขิง
ขิงมีคุณสมบัติช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยลดการอักเสบภายในและเป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ ซึ่งจะช่วยขับปัสสะวะตกค้างออกไป ให้นำขิงอ่อนหรือแก่ตามแต่ชอบใส่ลงในน้ำร้อนจัดทิ้งไว้ 5-10 นาทีแล้วดื่มได้เลยค่ะ
-------------------------------

หมอได้ผ่าศพคนอายุ 90-103 ปีที่ตายธรรมชาติ พบว่าแต่ละคนล้วนมีเซลล์มะเร็งอยู่ บางคนมีหลายแห่งด้วย แต่ทำไมพวกเขาจึงไม่มีอาก...
17/11/2020

หมอได้ผ่าศพคนอายุ 90-103 ปีที่ตายธรรมชาติ พบว่าแต่ละคนล้วนมีเซลล์มะเร็งอยู่ บางคนมีหลายแห่งด้วย แต่ทำไมพวกเขาจึงไม่มีอาการ

เขาเชื่อว่ามันสงบอยู่ในระยะฟักตัว หรือจำศีล ถ้ามีสิ่งที่มีปลุกหรือกระตุ้นให้ตื่นจึงจะเจริญเติบโต
วงการแพทย์ปัจจุบันกำลังพยายามหาวิธีทำให้เซลล์มะเร็งสงบอยู่ได้ตลอดไป
เชื่อว่าอาหารที่ทำให้เซลล์มะเร็งสงบได้แก่
1. ขมิ้น (สารที่เชื่อว่าต้านมะเร็งคือ curcumin)
2. พริก (capsaicin)
3. ขิง (curcumin)
4. ชาเขียว (catechin)
5. ถั่วเหลือง (isoflavones)
6. มะเขือเทศ (lycopene)
7. องุ่น (resveratrol)y
8. กระเทียม (sulfides)

10 อันดับอาหารที่กระตุ้นให้เซลล์มะเร็งฟื้นคือ
1. แฮมเบอร์เกอร์ ของทอด, โค้ก (Hamburger Fries + Cola)
2. ข้าวซี่โครงหมูตุ๋น + ชาไข่มุก (Pork ribs rice + Zhen milk)
3. เกี๊ยวซ่า + นมถั่วเหลือง (Pot Sticker + Soy Milk)
4. สปาร์เก็ตตี้อิตาเลียน + ซุปเมอแรงค์ ((Grilled Italian noodles) + meringue soup)
5. ไก่ทอดเกาหลีกับเบียร์ (Korean fried chicken + beer)
6. ข้าวผัด + ซุปกงเหมา (Fried rice + Gongmao soup)
7. ราเมง + ครีมแข็ง (Ramen + Frost Cream)
8. ข้าวหน้าหมูตุ๋น + ซุปลูกชิ้นปลา (Braised Pork Rice + Fish Ball Soup)
9. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น + กะหล่ำปลีดอง (Braised beef noodles + sauerkraut)
10. หมูทอด + โอเด้ง (Fried meat round + Oden boiled)

ส่วนอาหารที่ต้านพิษ ได้แก่
1. มันหวาน (Sweet potato)
2. ถั่วเขียว (Mung beans)
3. ข้าวโอ๊ต (Oats)
4. เม็ดบัว (Huanren)
5. เซียวหมี่ (Xiaomi)
6. ข้าวกล้อง (Brown rice)
7. ถั่วแดง (Red Beans)
8. แครอท (Carrots)
9. แยม (Yam)
10. หญ้าเจ้าชู้ (Burdock)
11. หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus)
12. หัวหอม (Onions)
13. รากบัว (Lotus root)
14. หัวไชเท้า (White radish)
15. โกฐจุฬาลัมพา (Artemisia halodendron)
16. ใบของมันหวาน (Sweet potato leaves)
17. ใบหัวไชเท้า (Radish leaves)
18. ชวานชี (Chuanqi)
19. โยเกิร์ต (Yogurt)
20. น้ำส้มสายชู (Vinegart)

"You are what You eat"
คุณจะเป็นอะไรก็ตามที่คุณกินเข้าไป

Dunno who wrote but I do
ไม่รู้ใครเขียนแต่ผมทำตาม...ฮา

ด่วน...
เส้นเลือด "ตีบ" ในสมองเกิดขึ้นทุก 4 นาที ทำไมตรวจหาสาเหตุไม่เจอ แล้วจะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร ?

ทุกวันนี้ ผมเจอคนป่วยเส้นเลือดตีบทุกวัน ตั้งแต่อายุ 13 ปี ยัน 95 ปี มันเกิดอะไรขึ้น ความพิการจะหยุดได้หรือไม่ได้...

ถ้าสำหรับผม ผมตอบได้เลยว่า"หยุดได้" เส้นเลือดตีบในสมอง เกิดขึ้นทุก 4 นาที ปีละเป็นแสนคน ดารานักแสดง.. คนจน.. คนรวย.. ก็ไม่เว้น จนเป็นเรื่องน่าวิตกมาก วันนี้การแพทย์สหรัฐ ยังบอกเลยว่า มันยากมากที่สุด การรักษาคนป่วยเหล่านี้ แทบจะเลือนลาง เสียงบประมาณมากมาย กับคนป่วยเหล่านี้...

อาการเส้นเลือดตีบ เป็นอย่างไร ? เส้นเลือดตีบ อาการที่ส่งสัญญาณ คือ.-
1.อาการมึนหัว
2.อาการบ้านหมุน
3.อาจมีอาการอาเจียนร่วม
4.อาการร่วมอ่อนแรงที่แขน
5.อาการร่วมอ่อนแรงที่ขา
6.มีกลุ่มก้อนแข็งอุดตาม คอ บ่า ไหล่ อาจส่งสัญญาณปวด

จากพฤติกรรมที่ทำ คือ.-
1.พักผ่อนน้อย
2.ดื่มน้ำน้อย
3.นอนดึก
4.ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ
5.ชอบทานอาหารมันๆ
6.ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่
7.ขาดการออกกำลังกาย
8.ไม่เคยปรับสมดุล ดูแลระบบหลอดเลือด และการไหลเวียนให้สมดุล
9.นั่งนาน
10.ยืนนาน
11.ทำงานหนัก
12.ชอบดื่มน้ำอัดลม เป็นต้น

ภาวะเส้นเลือดตีบในสมอง ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรม ที่สะสมมานาน ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี การอุดตันในเส้นเลือดถึงจะเกิดขึ้นได้ การรักษาฟื้นฟู สามารถทำได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลา.. นาน.. ไม่ต่ำกว่า 5 ปี

คนที่เป็นมีอาการก่อนเส้นเลือดจะตีบตัน สามารถรักษาได้ ใช้ระยะเวลา ไม่เกิด 3-6 เดือน อาการเส้นเลือดตีบในสมองถึงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ายังกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ก็อาจกลับมาได้อีก เพราะเส้นเลือดตีบในสมอง เกิดจากพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค...

เอาละครับ คิดว่าข้อมูลเล็กๆน้อยๆ คงช่วยให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงได้ ห่างไกลความพิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (อนุญาตให้แชร์ข้อมูลได้ครับ) เพื่อเป็นวิทยาทาน...

มะนาว กับ กระเทียม สูตร ยูเครน รัสเซีย เพื่อสุขภาพวิธีทำใช้มะนาว ๕๐ ลูก และกระเทียม ๑ กิโลกรัม ถ้าจะลองทำน้อยลงหน่อยก็ลด...
01/11/2020

มะนาว กับ กระเทียม สูตร ยูเครน รัสเซีย เพื่อสุขภาพ

วิธีทำ
ใช้มะนาว ๕๐ ลูก
และกระเทียม ๑ กิโลกรัม
ถ้าจะลองทำน้อยลงหน่อยก็ลดอัตราส่วนลง
เช่น มะนาว ๒๕ ลูก กระเทียมครึ่งกิโลกรัม

ให้ปอกเปลือกกระเทียมผสมกับมะนาวคั้นน้ำ แล้วนำมาปั่นรวมกัน เสร็จแล้วเก็บใส่โหลแก้ว ทิ้งไว้สักหนึ่งถึงสองอาทิตย์ หรือจะกินเลยก็ได้ แต่มันจะร้อนมาก ๆ บริเวณทางเดินอาหารตรงหน้าอก ไม่ต้องเข้าตู้เย็น เพราะกระเทียมกับมะนาวเป็นกรดทั้งคู่ เพียงแต่ช้อนที่ตักทานควรต้องสะอาด

มะนาวกระเทียมที่ทำเสร็จแรก ๆ จะเป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีครีมอ่อนสวยงามน่ารับปะทาน นานไปสีจะเริ่มออกเหลืองเข้มขึ้นไป ไม่เป็นไรไม่เสียกินได้เรื่อย ๆ พอใกล้หมดก็ทำใหม่จะได้กินต่อเนื่อง สิ่งที่สำคัญกระเทียมที่เอามาทำต้องไม่มีแผลหรือจุดเขียว ๆ ต้องตัดทิ้งออกให้หมด เพราะถ้าไม่ตัดทิ้ง จะทำให้มะนาว กระเทียมที่ทำจะเสียเป็นสีเขียว กินไม่ได้

วิธีรับประทาน
จะกินวันละ ๑ ช้อนโต๊ะกินข้าว(ก่อนนอน)
หรือจะกินวันละ ๒ ถึง ๓ หน
หรือจะกินตอนเช้า ๑ ช้อนโต๊ะและเย็น ๑ ช้อนโต๊ะ
ก็ได้ ไม่มีโทษ เพราะมะนาวกับกระเทียมมันคืออาหาร เพียงแต่กินแล้วต้องแปลงฟัน ไม่อย่างนั้นไม่มีคนคุยด้วยเพราะกลิ่นทั้งสองอย่างมันแรง

สรรพคุณของกระเทียมกับมะนาวช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
ทำให้ผนังหลอดเลือดสะอาด เส้นเลือดแข็งแรง
แต่การกินกระเทียมมีข้อเสียตอนแรก ๆ ตอนผายลมทั้งคืน เมื่อทานนานไปก็เป็นปกติเองสูตรนี้อยากให้เพื่อน ๆ ทำกินดู เพื่อสุขภาพที่ดี

หมายเหตุ
โดยสรรพคุณต่างๆ ของกระเทียม มีดังนี้
1. ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก เกลื้อน และเชื้อราที่เกิดตามเล็บ หนังศีรษะและผม

2. ฆ่าเชื้อยีสต์ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาวเป็นฝ้าในเด็กทารก และทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรภ์ หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ

3. ลดความดันโลหิตสูง

4. ลดไขมันและคอเลสเตอรอล

5. ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว

6. ลดน้ำตาลในเลือด

7. ฆ่าหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือ มีสารอัลลิซิน ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มักทำให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื้อยาเพนนิซิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื้อยาอีกด้วย นอกจากนี้ ยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดี โดยมีสารที่สำคัญคือกาลิซิน รวมทั้งสามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียม ซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อลำไส้

8. ยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง และใช้รักษาแผลสด แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เชื้อวัณโรค และเชื้อปอดบวม

9. รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

10. เป็นยาขับเสมหะและมีฤทธิ์ขับเหงื่อและขับปัสสาวะ

11. รักษาโรคไอกรน

12. แก้หืดและโรคหลอดลม

13. แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย

14. ควบคุมโรคกระเพาะ คือมีสารเอเอส 1 ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ และยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย

15. ขับพยาธิต่างๆ ได้หลายชนิด ได้แก่ พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย และมีรายงานจากอินเดียว่ากระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟด์ มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี

16. แก้เคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารอัลลิซินเป็นตัวช่วยทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น

17. แก้ปวดข้อและปวดเมื่อย

18. ต่อต้านเนื้องอก

19. กำจัดพิษตะกั่ว

20. บำรุงร่างกาย ประเทศญี่ปุ่นได้ค้นพบสารในกระเทียมชื่อสคอร์ดินิน ไม่มีกลิ่น แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งช่วยให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตและช่วยลดไขมันในร่างกาย

ยังมีผู้พบว่าในกระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนียมค่อนข้างสูง ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต โรคตับอ่อนและอาการท้องผูก รวมถึงมีสารชักนำวิตามินบี 1 เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน ทำให้วิตามินบี 1 ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถึง 20 เท่า

มีรายงานจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่ากระเทียมรักษาโรคภายใน ดังนี้คือ

-- ลดความดันโลหิตสูงที่เกิดจากไขมันอุดตันหลอดเลือด เนื่องจากมีสารละลายไขมันในเส้นเลือด รับประทานเป็นประจำ 15 วัน ความดันโลหิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้นผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงขณะรับประทานกระเทียมเป็นประจำควรจะมี การตรวจความดันโลหิตก่อน

-- มีสารเป็นตัวนำของวิตามินบี1 เข้าสู่ทางเดินอาหารได้ดีเพื่อทำให้วิตามินบี1 นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน (Allithiamin) ทำให้วิตามินบี1 ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถึง 20 เท่า และสารอัลลิซัลไฟด์จะช่วยกระตุ้นการดูดซึมของวิตามินบี1 ในลำไส้ดีขึ้นเท่าตัว

-- ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของผนังกระเพาะลำไส้ ป้องกันโรคท้องผูกและขับลมในกระเพาะลำไส้

-- ป้องกันการเป็นวัณโรคหรือนิวโมเนียได้ สำหรับผู้ที่รับประทานกระเทียมสดเป็นประจำ เนื่องจากขณะที่รับประทานกระเทียมสารมีกลิ่นกระเทียมจะระเหยออกมาทางลมหายใจ ทางปอด สารนี้จะไปทำลายเชื้อโรคที่ทางเดินหายใจก่อนที่เชื้อจะเข้าสู่ปอด แก้ไอ ขับเสมหะ

-- ป้องกันโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร มีกลไกเช่นเดียวกับป้องกันวัณโรค คือ จากสารที่ได้จากกระเทียมจะเข้าไปยับยั้งหรือฆ่าเชื้อต่าง ๆ ที่ติดเข้าไปกับอาหาร

-- ความเข้มข้นของน้ำมันกระเทียมเพียง 0.001% สามารถฆ่าเชื้ออหิวาต์และไทฟอยด์ในหลอดทดลองได้

-- เมอร์แคปแตน (mercaptan) เป็นสารกำมะถันอินทรีย์ที่อยู่ในกระเทียม ช่วยทำให้เนื้อและโปรตีนที่ทำลายยาก เช่น โปรตีนจากไข่ขาว นม ละลายและดูดซึมในลำไส้ได้ง่ายขึ้น

-- น้ำคั้นจากกระเทียมบดผสมน้ำอุ่น 5 เท่า ผสมเกลือเล็กน้อย อมกลั้วคอฆ่าเชื้อในปากและลำคอได้

-- ในอินเดียใช้กระเทียมโขลกสระผมช่วยป้องกันผมหงอก นอกจากนี้กระเทียมยังมีไอโอดีนเช่นเดียวกับสาหร่ายทะเล หอยต่าง ๆ กุ้ง น้ำมันตับปลา สับปะรด

-- น้ำคั้นกระเทียมผสมน้ำเชื่อมรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ ขับเสมหะ บรรเทาอาการไข้หวัดเจ็บคอ ชั่วโมง อาการจะบรรเทา
น้ำมูกไหล และอาการไอ กระเทียมบดห่อด้วยผ้าขาวบางวางบริเวณริมฝีปากที่เกิดการอักเสบ 8-10

อันนี้มะนาวค่ะ
ประโยชน์มากอยู่เหมือนกันส่วนประกอบของมะนาวที่ใช้เป็นยา

-- น้ำมะนาว มีรสเปรี้ยว ผสมกับเกลือและน้ำตาลทรายแดง จิบเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ กินเป็นยาฟอกเลือด ล้างเสมหะในคอ ทั้งนี้เพราะกรดอินทรีย์หลายชนิดในน้ำมะนาว จะกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมา ทำให้ชุ่มคอ จึงช่วยลดอาการไอและขับเสมหะได้

-- เมล็ดมะนาว มีรสขม เอามาคั่วแล้วบดเป็นผง หรือต้มน้ำดื่ม แก้ซางเด็ก แก้เม็ดยอดในปาก เป็นยาขับเสมหะ แก้ไข้ แก้อาเจียน และแก้พิษฝีภายใน

-- ราก มีรสจืดเย็น มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้กลับ ไข้ซ้ำ
ถอนพิษผิดสำแดง ฝนกับเหล้าทาแก้ปวดฝี แก้พิษอักเสบ

-- ใบมะนาว มีรสปร่า แพทย์ตามชนบทใช้ใบมะนาว 108 ใบ ต้มน้ำดื่ม เป็นยากัดฟอกเสมหะ ฟอกโลหิตระดูสำหรับสตรี

-- ผิวมะนาว ใช้เป็นยาแก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ แก้ลมวิงเวียน แก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่น เป็นยาขับเสมหะ แก้เบื่ออาหาร

ขนาดวิธีใช้
1.ขับเสมหะ บรรเทาอาการเจ็บคอ นำผลสดมาคั้นเอาน้ำ จะได้น้ำมะนาวเข้มข้น ใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อย ๆ หรือปรุงเป็นน้ำมะนาว โดยเติมน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือเล็กน้องชงน้ำอุ่นดื่มบ่อย ๆ (ควรปรุงให้รสจัดเล็กน้อย)

2. แก้ไอ ให้น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ จิบบ่อย ๆ หรือฝานมะนาวเป็นชิ้นบาง ๆ จิ้มเกลือรับประทาน หรือถ้ามีขี้ไต้ในบ้าน อาจเอามะนาวผ่าซีกแล้วรมควันขี้ไต้ก่อนแล้วจึงโรยเกลือ และบีบใส่คอ วิธีรมควันคือ เอาขี้ไต้ชิ้นเล็ก ๆ จุดเข้าเอาหน้าตัดของมะนาวไปขยับไปขยับมาอยู่ใกล้ ๆ ไฟให้เข่าจับ ในเขม่าจะมียาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ

3. บรรเทาอาการฟกช้ำภายนอก ให้นำน้อมะนาวผสมกับดินสอพองทาหรือพอกบริเวณที่ฟกช้ำก็จะช่วยบรรเทาลงได้

4. แก้ท้องอืด ใช้เปลือกมะนาวสดประมาณครึ่งผล คลังหรือทุบเล็กน้อย พอให้น้ำมันออกมา ชงน้ำร้อนดื่ม เมื่อมีอาการ หรือใช้เปลือกผลมะนาวแห้ง 10-15 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม

5. แก้ซางแก้ไข้ ขับเสมหะ ใช้เมล็ดคั่ว บดเป็นผง หรือต้มน้ำดื่ม

6. กักฟอกเสมหะ ฟอกโลหิตระดู ใช้ใบ 108 ใบต้มเอาน้ำดื่ม

7. บำรุงกำลัง ทำให้สดชื่นเวลาเป็นไข้ เอาน้ำมะนาวสด 1 ผล น้ำตาล 16 กรัม น้ำข้าว 500 ซี.ซี. ผสมกันดื่ม

8. แก้โรคลักปิดลักเปิด นำน้ำมะนาว 30 ซี.ซี. น้ำตาล 80 กรัม น้ำ 240 ซี.ซี. ผสมกันรับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

9. รักษาฝีมีหัว ให้ใช้รากมะนาวฝนกับสุราให้ข้น ๆ ทาฝี แก้ปวดฝีทาวันละ 2-3 ครั้ง

10. แก้น้ำร้อนลวก ใช้มะนาวผ่าซีกถูบริเวณแผลไปมาให้ทั่ว ๆ วันละ 2-3 ครั้ง ทำประมาณ 4-5 วัน จะหายเป็นปกติ

11. รักษาผิวหน้าให้สวยเสมอ ก่อนเข้านอนทุกคืน เอาดินสอพอง 1/2 ก้อน ต่อมะนาว 1 ซีก บีบมะนาวลงในดินสอพอง ผสมให้เข้ากันดีแล้วทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ตลอดคืน รุ่งเช้าจึงล้างออกจะรู้สึกว่าใบหน้าสะอาดขึ้น และช่วยป้องกันสิวอีกด้วย

12. แก้ปวดศีรษะ ใช้มะนาวฝานเป็นแว่น หนาประมาณ 6 มม. เอาปูนแดง(ที่รับประทานกับหมาก) ทาด้านหนึ่งให้ทั่ว แล้วเอาด้านนั้นมาปิดขมับที่ปวด ปล่อยไว้จนกว่ายาจะหลุดออกมาเอง

โดย ทางแพทย์สายพุทธ

 #ดร่าม่าหนักมาก...เมื่อต้องทนปวดทุกวัน!!! ปวดหลัง !!! ปวดบ่า !!! ปวดไหล่ ปวดร้าวไปถึง....ใจ...ไม่หายสักทีใคร??..เคย..ปว...
20/05/2018

#ดร่าม่าหนักมาก...เมื่อต้องทนปวดทุกวัน

!!! ปวดหลัง !!! ปวดบ่า !!! ปวดไหล่
ปวดร้าวไปถึง....ใจ...ไม่หายสักที

ใคร??..เคย..ปวดไหล่..จนแทบจะต้องร้องขอชีวิตไหม

เคยรู้กันบ้างไหมว่า..ปวดเพราะอะไร..มาดูสาเหตุกันดีกว่าคะ

#อาการก็คือ

>>การเกร็งกล้ามเนื่อบริเวณ คอ บ่า สบัก ศรีษะ
ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทีลักษณะเป็น ลำแข็ง
มี ปวด และ กดเจ็บ บางรายอาจปวดร้าวและรุกราม
ถ้าไปนวด (แผนโบราณ) หมอนวดจะบอกว่า
"เส้นจม" หรือ "เส้นแข็ง" หรือ "เส้นยึด"
ซึ่งบางรายอาจมีอาการ เวียนหัว มึน ตื้อ คลื่นไส้
อาการเหล่านี้อยู่ใน กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือ
( Myofascial pain syndrome…MPS)

#สาเหตุก็คือ

>>การใช้กล้ามเนื้อมากเกินกว่าปกติ เป็นเวลานาน เช่น
เราอาจจะอยู่ในท่าทางไหล่ห่อ คอยื่น ขาลอยจากพื้น
ใช้คอมฯหรือnote book โดยที่ศอกลอยอยู่ในอากาศ
ตลอดเวลา ...คือไม่มีที่ท้าวแขน ถาดวางคีย์บอร์ด
หรือว่าทำงานมันอึดมากหลายชั่วโมง ไม่ได้ลุก
เดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถเลย

นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อยที่ทำไห้เกิดอาการ
ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ และรามไป ปวดหลัง
หรือบางท่านปวดร้าวไปหัว เบ้าตา และ อาการ
ปวดเหล่านี้ถ้าเรื้อรังสามารถบั่นทอนสุขภาพจิต
และชีวิตประจำวันท่านจะมีแต่ความปวด..เท่านั้น

>>>>อาการเหล่านี้สามารถแก้ไขได้

·  #คุณเคยมีอาการแบบนี้ไหม??? #ปวดก้านคอร้าวไปที่กระบอกตา  #ปวดก้านคอร้าวขึ้นขมับ #ปวดร้าวขึ้นกระโหลกศรีษะ #หนักหัว ตึงไ...
20/05/2018

·
#คุณเคยมีอาการแบบนี้ไหม???

#ปวดก้านคอร้าวไปที่กระบอกตา
#ปวดก้านคอร้าวขึ้นขมับ
#ปวดร้าวขึ้นกระโหลกศรีษะ
#หนักหัว ตึงไปทั้งหัวเหมือนไมเกรน
#เหมือนตาจะปิดตลอดเวลา
#บางครั้งตาพล่ามัว มองไม่ชัด ลืมตาไม่ขึ้น
#และบางครั้งก็มีหูอื้อด้วย

>>สาเหตุที่ปวด เพราะ>การปวดจากการเกร็งกล้ามเนื้อเป็นเวลานาน

ศูนย์ดูแลกระดูกและไขข้อ ดีบูน สาขาอยุธยาเผยแพร่โดย แม่จ๋า บุญญพลัง เอี่ยมตุ้ม · 4 กุมภาพันธ์ · !!รู้ก่อน ดูแลก่อน!! #ปวด...
20/05/2018

ศูนย์ดูแลกระดูกและไขข้อ ดีบูน สาขาอยุธยา
เผยแพร่โดย แม่จ๋า บุญญพลัง เอี่ยมตุ้ม · 4 กุมภาพันธ์ ·
!!รู้ก่อน ดูแลก่อน!!
#ปวดหัว #ปวดบ่า #ปวดคอ #ปวดไหล่ #คอเสื่อม #ปวดร้าวขึ้นศรีษะเหมือนเป็นปวดไมเกรน

#แชร์เพื่อเป็นวิทยาทาน
1. สบักจม
2. ปวดคอ หนักๆ บนบ่าตลอดเวลา บ้างก็บ่นว่าเหมือนมีอะไรนั่งบนบ่า
3. ปวดก้านคอร้าวขึ้นขมับ ขึ้นกระโหลกศีรษะ หนักหัว ตึงไปทั้งหัว เหมือนเป็นไมเกรน
4. ตื่นมาเหมือนคนคอตกหมอนบ่อยๆ รู้สึกขัดที่ก้านคอ พาลให้ปวดหัวตอนเช้าๆ หันคอ เอี้ยวคอไม่สุด
5. ปวดสบักหลัง ร้าวขึ้นต้นคอ ท้ายทอย กกหู ขมับ ชอบปวดหัวตอนเย็นถึงค่ำๆ ทานยาแก้ไมเกรนก้อไม่หาย
6. หายใจขัดไม่เต็มอิ่ม ล้าสมองง่าย
7. ปวดลึกๆ ใต้โค่งนิ้วโป่ง
8. บางทีถ้าใช้งานท่าเดิมนานๆ จะเหมือนเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก
9. ปวดก้านคอร้าวไปที่กระบอกตา เหมือนตาจะปิดตลอดเวลา บางครั้งตาพล้ามัว มองไม่ชัด ลืมตาไม่ขึ้น และบางครั้งก็มีหูอื้อ
#อันตรายของโรคที่มีกับอาการปวดคอบ่าไหล่
1. เสี่ยงต่ออาการหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกทับประสาท
2. เสี่ยงต่ออาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ
3. โรคอ้วน เนื่องจากนำมาอาหารมาทานบนโต๊ะ
4. เสี่ยงเป็นโรคติดต่อ
5. เสี่ยงต่อการเป็นต้อ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อหินและกระจก
6. เสี่ยงต่อการที่จอประสาทตาเสื่อม

⭐⭐ #อาการเหล่านี้สามารถแก้ไขได้⭐⭐

ค้นพบวิธีธรรมชาติ บำบัด ดูแล ที่ต้นเหตุปัญหา...ด้วย "ดิออฟฟิศ"
#งานวิจัยที่สกัดจากธรรมชาติผสานสมุนไพรทั้ง14รายการลงในเม็ดเดียว #จบในเม็ดเดียว

**********************************************
เราสามารถดูแลไห้คำปรึกษา
เกี่ยวกับอาการเหล่านี้ "โดยตรง"
เรียนรู้วิธีสังเกตุตัวเองฟรี ผ่านไลน์แอด
Line@ https://line.me/R/ti/p/%40cld3531y
Line@ https://line.me/R/ti/p/%40cld3531y
Line@ https://line.me/R/ti/p/%40cld3531y
อย่าลืมแชร์ และชวนเพื่อนมาเรียนรู้พร้อมกัน
ปรึกษาฟรี คุณ จารุวรรณ
☎️094-667-6054
☎️098-431-1976

ศูนย์ดูแลกระดูกและไขข้อ ดีบูน สาขาอยุธยาเผยแพร่โดย แม่จ๋า บุญญพลัง เอี่ยมตุ้ม · 7 กุมภาพันธ์ · !!! ตะลึง !!! พบวิธีแก้อา...
20/05/2018

ศูนย์ดูแลกระดูกและไขข้อ ดีบูน สาขาอยุธยา
เผยแพร่โดย แม่จ๋า บุญญพลัง เอี่ยมตุ้ม · 7 กุมภาพันธ์ ·
!!! ตะลึง !!! พบวิธีแก้อาการ
#ปวดคอ #ปวดไหล่ #ปวดบ่า แสนง่าย!!!

#รู้ก่อนป้องกันและฟื้นฟูได้

3 สัญญาณเตือนภัย “ ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ ”

1. ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ
2. ปวดศีรษะ หรือปวดหัวไมเกรนบ่อยครั้งขึ้น
3. มือชา เอ็นอักเสบ นิ้วล็อค

ไม่ว่าวันนี้คุณจะทำอาชีพอะไรถ้าคุณมีอาการดังนี้

1.>> ปวดหลัง>>ปวดไหล่>>ปวดคอ

อาจจะเริ่มปวดโดยไม่ได้ทำอะไรหนักเป็นพิเศษ
และอาจจะเริ่มปวดเรื้อรังนานขึ้นเรื่อยๆ
มากกว่า 1-2 สัปดาห์เป็นต้นไป
เนื่องจากนั่งทำงานนานๆ โดยไม่ได้
ขยับร่างกาย หรือนั่งในท่าเดิมๆ หรือเก้าอี้และ
โต๊ะอาจไม่อยู่ในลักษณะที่สมดุลกับร่างกาย

2.>>มือชา>>เอ็นอักเสบ>>นิ้วล็อค

จากการพิมพ์งานบนคอมพิวเตอร์
หรือใช้งานเม้าส์กับคอมพิวเตอร์
นานเกินไปอาจทำให้
>> กล้ามเนื้อกดทับประสาท
>> เส้นเอ็นอักเสบ
>>เกิดพังผืดบริเวณนิ้ว และมือได้

3.>>ปวดศีรษะ>> หรือปวดหัวไมเกรนบ่อยครั้ง

เนื่องจากความเครียดสะสม
>> ใช้สายตาหนัก
>>นอนน้อย
>>พักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่เป็นเวลา
>>ตื่นเช้ามามึนตื้อในหัว ไม่สดชื่น


และยังสามารถรุกลามไปเป็น
อาการป่วยที่เรื้อรังและบั่นทอน
คุณภาพชีวิตประจำวันของคุณได้
#ทำงานไห้สนุก มีความสุขกับเงินเดือน #
อาจไม่ไช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณอีกต่อไป
ถ้าโรคร้ายเกิดเพราะการทำงาน

#ร้อยแปดอาการปวด #
ค้นพบวิธีบำบัด ดูแล ฟื้นฟู ที่ต้นเหตุ
ด้วยงานวิจัยที่สกัดจากสมุนไพรทั้ง 14 รายการ
ลงในสารอาหารลงในเม็ดเดียว

วันนี้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย
เรื่องป่วยไข้กลายเป็นสุขภาพดีได้
ด้วย>>Di-Office จบในเม็ดเดียว

เราสามารถดูแลไห้คำปรึกษา
เกี่ยวกับอาการเหล่านี้ "โดยตรง"

เรียนรู้วิธีสังเกตุตัวเองฟรี ผ่านไลน์แอด
Line@ https://line.me/R/ti/p/%40cld3531y

อย่าลืมแชร์ และชวนเพื่อนมาเรียนรู้พร้อมกัน

ปรึกษาฟรี คุณ จารุวรรณ
☎️094-667-6054
☎️098-431-1976

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66919993998

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แก้ร้อยแปดอาการปวดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง แก้ร้อยแปดอาการปวด:

แชร์