Similan อุปกรณ์​นักปลูก

กลิ่นฟุ้งเป็นเหตุ เยิ้มกันทั้งซอย!โอ้โหกัญชาเถื่อน ปลูกกันเป็นโกดัง กว่า 1,685 ต้นเจอเจ้าของ คนเวียดนาม เข้ามาทำธุรกิจกั...
17/12/2025

กลิ่นฟุ้งเป็นเหตุ เยิ้มกันทั้งซอย!
โอ้โหกัญชาเถื่อน ปลูกกันเป็นโกดัง กว่า 1,685 ต้น
เจอเจ้าของ คนเวียดนาม เข้ามาทำธุรกิจกัญชาที่ไทย
แต่ยังไม่ขออนุญาตให้ถูกต้อง ?

บุกโกดังกัญชาเถื่อน!
เรื่องแดงเพราะกลิ่นโชย มีพลเมืองดีร้องเรียนว่าโกดังแห่งหนึ่ง ในซอยบางกระดี่ เขตบางขุนเทียน กทม. มีกลิ่นกัญชาโชยออกมารุนแรงตลอดทั้งวัน สงสัยว่าจะมีการลักลอบปลูกกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ตำรวจ กก.ดส. จึงจัดชุดปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทย ร่วมกันลงพื้นที่จับกุม

พบชายชาวเวียดนาม 3 ราย นายเหงียน อายุ 28 ปี นายโด อายุ 27 ปี และนายดัง อายุ 35 ปี สัญชาติเวียดนาม แสดงตัวเป็นเจ้าของ และยอมรับว่าเป็นคนปลูกต้นกัญชาในโกดังนี้ มีการจัดตั้งบริษัทมาเพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา แต่ยังไม่ได้ขอใบอนุญาตในการทำธุรกิจ

เจ้าหน้าที่จึงยึดต้นกัญชาทั้งหมด จำนวน 1,685 ต้น น้ำหนักช่อดอกกัญชาต่อต้น ประมาณ 100 กรัม น้ำหนักรวม 168.5 กิโลกรัม มูลค่ากิโลกรัมละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,685,000 บาท พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันฝ่าฝีนศึกษาวิจัยหรือส่งออก สมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 มาตรา 46 และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปดำเนินคดีที่ สน.แสมดำ

ว่าด้วยเรื่องกัญชา...ตอนนี้ขอสรุปสั้นๆว่า "ถ้ารัฐไม่ตอแหล ก็แปลว่ารัฐโง่ แต่ถ้ารัฐไม่ได้โง่จริงๆ ก็หมายความว่ารัฐล้มเหลว...
15/12/2025

ว่าด้วยเรื่องกัญชา...

ตอนนี้ขอสรุปสั้นๆว่า "ถ้ารัฐไม่ตอแหล ก็แปลว่ารัฐโง่ แต่ถ้ารัฐไม่ได้โง่จริงๆ ก็หมายความว่ารัฐล้มเหลว" คิตตี้ขออธิบายว่ารัฐตอแหลอะไร และถ้าไม่ต่อแหล ทำไมรัฐถึงโง่ 🤔 เขียนอธิบายอาจจะยาวหน่อย กับมีทำข้อสอบหลังอ่านจบด้วยน่ะ 🤣🤣🤣

คำนิยามต่างๆ:
รัฐ = ขออนุญาตเหมารวม รัฐบาล นักการเมือง ข้าราชการประจำระดับสูง (ฝั่งทีมทำงาน ฝั่งข้าราชการผู้น้อย ขอไม่นับ เพราะต้องทำตามนายสั่ง ไม่งั้นบิน คนทำงานเหมือนกัญ หัวอกเดียวกัญค่ะ)
ตอแหล = ไม่น่าเชื่อถือ โดยมีเจตนาหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
โง่ = ไม่รู้เท่าทัน ไม่รู้ถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ล้มเหลว = ขาดความสามารถในการบริหารจัดการ และบังคับใช้กฎหมาย
ภท. 11 = ใบอนุญาตขายกัญชา
ภท. 33 = ใบสั่งจ่ายกัญชาโดยแพทย์/เภสัชกร ไม่จำกัดปริมาณ อยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์ ใบมีอายุ 30 วัน ใบนี้เพื่อใช้ซื้อกัญชาในร้านขายที่มีใบอนุญาตขายกัญชา (ภท 11)
ภท. 27-28 = ใบรายงานกัญชาซื้อเข้าจากผู้ที่มีใบอนุญาตขาย(ภท. 11) เท่านั้น (ภท. 27) ใบรายงานกัญชาขายออก (ภท. 28) ทุกร้านที่มี ภท. 11 ต้องส่งรายงานทุกสิ้นเดือน
GACP = Good Agriculture and Collection Practices การปลูก และเก็บเกี่ยวที่ดี
ระบบ Telemedicine/Tele-Med = ระบบในการรับการรักษาจากผู้บริการทางการแพทย์ผ่านระบบโทรศัพท์ หรือในรูปแบบออนไลน์
ประกาศสมุนไพรควบคุม(อนุทิน) = ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565
ประกาศสมุนไพรควบคุม(สมศักดิ์) = ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568
พรบ. กัญชา = กฎหมายแม่ที่จะมาครอบคุมวิธีการเข้าถึงกัญชาในแต่ล่ะบริบทอย่างเป็นระบบ ไม่ต่างจากกฎหมายทั่วไป

เข้าเรื่อง...
การเข้าถึงกัญชาช่วงยุค ประกาศสมุนไพรควบคุม(อนุทิน) บังคับใช้ช่วง พฤศจิกายน 2565 - ปลายเดือนมิถุนายน 2568
1. เดินเข้าร้านกัญชา ที่มีใบ ภท. 11 เลือกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ในปริมาณที่ต้องการ
2. ยื่นบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางให้ผู้ขาย เพื่อให้ผู้ขาสามารถเช็คได้ว่ามีอายุ 20 ปีขึ้นไป ผู้ขายแจ้งข้อห้ามในการขายให้สตรีที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ผู้ขายจดรายละเอียดลงใบ ภท. 28
3. จ่ายเงิน กลับพื้นที่ส่วนตัวเพื่อใช้ในรูปแบบที่ใช้

ระบบหลังบ้านคือส่งรายงานผลิตภัณฑ์เข้าออก ภท. 27-28 ทุกเดือนให้ สสจ. หรือ สาธารณสุข(กรุงเทพ)

ข้อห้าม ของร้านค้า:
- ห้ามขายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 สตรีตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ห้ามใช้ด้วยวิธีสูบในร้านที่มี ภท. 11 ที่ไม่มีแพทย์แผนไทยนั่งเฝ้าอยู่ในร้าน
- ห้ามขายเพื่อนันทนาการ
- ห้ามโฆษณา
- ห้ามลดแลกแจกแถม จัดชุด บุฟเฟ่ต์
- ห้ามขายนอกสถานที่ใบอนุญาต
- ห้ามขายแผงลอย ห้ามขายด้วยตู้กดอัตโนมัติ
- ขายได้เฉพาะ "ช่อดอก" กัญชา
- ห้ามขายออนไลน์
- ห้ามขายให้นักเรียน นักศึกษา

ระบบที่ไม่ยุ่งยาก และพอเพียง ในการกำกับการเข้าถึง แต่เมื่อการบังคับใช้ไม่เพียงพอทุกอย่างก็กลายเป็น Free-for-all วุ่นวายกลหน เพราะถึงกฎนั้นเพิ่งพอในการควบคุมการซื้อขาย แต่ไม่มีกฎระเบียบกำกับพื้นที่การใช้ในวิธีการใช้ที่สะท้อนถึงความเป็นจริง แค่ "ห้ามไม่ให้ใช้ในวิธีการสูบในพื้นที่สาธารณะ" นั้นไม่เพียงพอ เพราะนอกจากเอาผิดผู้กระทำจริงๆไม่ได้ถ้าไม่มีคนร้องทุกเอาความ ไม่ใช่ว่าอยากให้เพิ่มโทษ แต่ความกำกับพื้นที่ใช้สำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่ส่วนตัว เช่น นักท่องเที่ยว แต่ถ้าอยากเคร่งเรื่องนี้จริงๆก็ใช้วิธีอย่างเยอรมัน ห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าซื้อกัญชา

การไม่มีกฎกำกับพื้นที่ใช้นั้นไม่ได้แย่เท่าการละหลวมในบังคับใช้กฎที่น้อยนิด ปล่อยปะละเลยในการดูแลคนพื้นที่เพื่อไม่ได้ผลกระทบจากการทำผิดกฎ มีการเก็บส่วย เก็บค่าดูแลพื้นที่เพื่อเป็นค่าหมาเฝ้าแจ้งเห่าเมื่อเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงปล่อยให้มีการสูบใน และบริเวณรอบร้านค้า ปล่อยให้คนที่ทำตามกฎต้องมาต่อสู้กับนักธุรกิจสายเทา สายดำ ไปพร้อมต้องสู้กับเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอย ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวที่ลดลง และรัฐบาลที่ไม่แน่นอน

ตัดภาพมา ณ บัดนาว...
การเข้าถึงกัญชาช่วงยุค ประกาศสมุนไพรควบคุม(สมศักดิ์) บังคับใช้ตั้งแต่ ปลายเดือนมิถุนายน 2568 ถึงปัจจุบัน และยังไม่มีวี่แววจะแก้ไข ทั้งๆที่ย้อนแย้ง ละหลวม
1. ไปหาคลินิกแพทย์แผนไทย/แผนจีน/แผนปัจจุบัน/เภสัชกร/หมอพื้นบ้าน/หมอฟัน ที่รู้จัก และไม่กลัวที่จะจ่ายกัญชา เพื่อตรวจเข้ารับการักษา และออกใบ ภท. 33 ที่ระบุทั้งโรค ทั้งรายละเอียดคนไข้ และปริมาณที่สามารถซื้อได้ (หมอเป็นคนกำกับ จะแค่ 3 กรัม หรือจะเป็น 10 กิโลก็ได้) โดยไม่คำนึงถึงข้อมูลความเป็นส่วนตัว
2. เดินเข้าร้านขายที่มี ภท. 11 นำใบ ภท. 33 ยื่นให้พนักงานขาย พร้อมกับบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันตัวตน ผู้ขายจดรายละเอียดลงใบ ภท. 28 และเก็บใบ ภท. 33 ไว้ที่ร้านเป็นเวลา 1 ปี
3. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ในปริมาณที่ใบ ภท. 33 จำกัด
4. จ่ายเงิน กลับพื้นที่ส่วนตัวเพื่อใช้ในรูปแบบที่ใช้

ระบบหลังบ้าน:
- ส่งรายงานผลิตภัณฑ์เข้าออก ภท. 27-28 ทุกเดือนให้ สสจ. หรือ สาธารณสุข(กรุงเทพ)
- เก็บ ภท. 33 ไว้ที่ร้านเป็นเวลา 1 ปี
- ดอกกัญชาที่ขายต้องเป็นดอกที่ผ่านการรับรองการผลิต GACP

ข้อห้าม ของร้านค้า เหมือนเดิมทุกอย่าง ยกเว้นข้อ "ห้ามขายให้สตรีตั้งครรถ์ หรือ และนมบุตร" และ "ห้ามขายให้นักเรียน นักศึกษา" ที่ถูกยกเลิกไป

สิ่งที่เกิดขึ้นทับทมจากปัญหาเดิมคือ...
- ผู้ใช้หนีไปซื้อกับพวกเพื่อนพอง หาซื้อทางออนไลน์ หรือกับแผงลอยข้างถนน ซึ่งไม่เข้าระบบที่ และไม่ถูกกฎหมาย
- เจ้าหน้าที่ตำรวจถามหา ภท. 33 เมื่อเจอกัญชาเพื่อรีดไถ่ขู่ให้คิดว่าผิดกฎหมาย เจอปรับเข้ากระเป๋าตังค์เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ 3,000 - 10,000 แล้วแต่พื้นที่กับความกลัวของผู้ใช้กัญชา ทั้งๆที่ไม่มีความผิดใดทั้งสิ้น
- มีการค้าขายใบ ภท. 33 โดยที่ไม่เข้ากระบวนการตามกฎหมายเกิดขึ้น เช่น ขายใบโดยไม่มีการตรวจจริง ระบบ Telemedicine ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สบส. ซึ่งเปิดช่องให้มีการเอาไปใช้ในทางที่ผิดได้ เช่นชายใบให้เยาวชนที่อายุไม่ถึง เพียงมีใบแพทย์ จะ 13 ปี ก็สามารถเข้าถึงกัญชาตามร้านค้าได้อย่างถูกกฎหมาย
- การแจกใบ ภท. 33 กับการซื้อกัญชาในบางร้านที่รับต้นทุนตรงนี้แทนลูกค้าได้ แต่ก็ไม่ได้มีการตรวจจริง
- การเก็บค่าคุ้มครองในราคาที่แรงขึ้น เพื่อแจ้งข่าวเจ้าหน้าที่ลงตรวจ เปิดช่องให้ร้านกัญชาในพื้นที่ท่องเที่ยวขายโดยไม่ต้องใช้ใบ ภท. 33 และสูบในร้านได้โดยไม่เกรงกลัวใคร เมื่อเจ้าหน้าที่ลงตรวจก็ไม่เจออะไรเพราะเขารู้กัญตั้งแต่ตอนวางแผน
- โซนท่องเที่ยวเช่นริมทะเล ริมหาดก็มีแผงลอยโผล่ไม่มีใบอนุญาตมาขายกัญชาให้กับนักท่องเที่ยว แบบประมาณสูบตรงนั้นเลย ตรงพื้นที่สาธารณะอย่าชายหาด เพราะถ้าเข้าร้านถูกกฎหมายก็จะถูกถามหาถึง ภท. 33 ที่หาไม่ได้บ้าง ไม่อยากจ่ายค่าใช้จ่ายตรงนี้บ้าง อยากแค่ใช้แค่นิดเดียว คำสองคำ ต้องหาใบแพทย์มาให้เพื่อวุ่นวายทำไม ซื้อข้างทางง่ายกว่า ถูกก็ว่าเยอะ เดินไปเดินมาไม่มีใครจับได้ ถึงจับ แต่จ่ายก็จบ
- การเข้าถึงการลงทะเบียนรับรองมาตรฐานที่ยุ่งยากและราคาแพง +- 50,000.- ที่ทางกรมตั้งขึ้นมากัญเอง บังคับยี่ห้อปุ๋ย วัสดุ และระบบปลูก ทำให้เกิดการรับการสวมผลผลิต หรือซื้อผลผลิตฟาร์มที่มี GACP ไปสวม
- การรับรองมาตราฐานตอนนี้มีเกือบ 200 เจ้า ที่สามารถขายช่อดอกส่งเข้าร้านที่ถูกหมายประมาณ 11,000 ร้านทั่วประเทศ โคตรของคำว่าผูกขาดโดยใช้ข้ออ้างว่าปลอดภัย

ประสบการณ์จริงล่าสุด...
คิตตี้ได้ไปทานข้าวกับเพื่อนๆที่มาพักร้อนจากต่างประเทศแถวๆโกเดิ้ลแฮนซั่ม และเนื่องจากอยู่นอกบ้านทั้งวันตั้งแต่เช้า (ไม่ได้เติมทั้งวัน) เลยลองแวะร้านกัญชาพื้นที่ใกล้เคียง จัดมวนสำเร็จครึ่งกรัมราคา 300 บาทเติมในร้านได้ด้วย ภท. 33 บัตรประชาชนคืออะไรหรือ ไม่ต้องใช้ แล้วจะกัญชาทางการแพทย์กัญตอนไหนค่ะ 555 เจอเพื่อนถามเพื่อนว่าตอนยูซื้อกัญชาในร้าน ร้านขอ ภท. 33 ไหม เพื่อนถามว่ามันคืออะไร กับบอกว่าทุกร้านที่เข้าไม่ได้ขออะไรเลย 555

กลับมาที่... "ถ้ารัฐไม่ตอแหล ก็แปลว่ารัฐโง่ แต่ถ้ารัฐไม่ได้โง่จริงๆ งั้นก็หมายความว่ารัฐล้มเหลว ในเรื่องกัญชา"
ทำไมถึงคิดว่ารัฐตอแหล เพราะมันเห็นกัญได้ด้วยตาเปล่าว่าการใช้กัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ในรูปแบบสูบนั้นมีให้เห็นกันทั่วไป ซึ่งรัฐควรยอมรับตรงนี้ และมาจัดการมันด้วยความเป็นจริง เช่นจัดพื้นที่ในการใช้อย่างชัดเจน จัดวางระบบอย่างจริงจังที่สะท้อนถึงความเป็นจริง และเป็นธรรม ไม่ใช่โยนลงใต้ดินให้จัดการกัญเอาเอง เพียงเพราะมันไม่เข้ารูปในแบบคำว่าทางกาาแพทย์ที่ต้องการ

แล้วถ้ารัฐไม่ได้ตอแหลละ ทำไมถึงคิดว่ารัฐโง่ ก็เพราะมันเห็นกัญได้ด้วยตาเปล่าว่าการใช้กัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ในรูปแบบสูบนั้นมีให้เห็นกันทั่วไปจริงๆ ขนาดไม่แสวงหาก็เจอ และมันมีมานานมากแล้วไม่พอถ้ามันอันตรายกัญจริงไม่ตายห่ากันไปหมดทั้งประเทศแล้วมั้งเปิดมาได้ก็3ปีกว่าแล้ว แต่ถ้ามองไม่เห็นจริงๆ ไม่ทันโลกจริงๆก็คงหมดคำจะพูดค่ะ

รัฐคงไม่โง่ขนาดนั้นมั้ง ซึ่งเหลือแค่ว่าทำไมคิดว่ารัฐล้มเหลว ในเรื่องกัญชา เพราะตอนมีกฎก็ไม่บังคับใช้กฎ ปล่อยให้เกิดปัญหาหลายๆปัญหาทับถมไปเรื่อยๆ วันดีคืนดีเปลี่ยนกฎให้ผูกขาดสร้างปัญหายิ่งกว่าเดิม ทับถมปัญหาเดิม ล่าสุด ครม. เคาะ (ยังไม่ได้ประกาศ และยังไม่ได้บังคับใช้ ยังต้องผ่านกฤษฎีกา ก่อน) ไปถึงขั้นเปลี่ยนร้านกัญชาเป็นร้านขายยา หรือสถานพยาบาล และจะบังคับอบรมผู้แนะนำกัญชา เพื่อให้ได้ยืดอกประกาศออกไปว่าทางการแพทย์จริงๆน่ะ แต่ตอนจบก็เอาไปเติมเหมือนเดิม แค่ต้องซื้อกับหมอหรือเภสัชถึงจะปล่อยภัย เปิดให้กัญชาเข้าถึงได้เฉพาะแค่คนมีทุน

แค่เรื่องกัญชาแค่นี้รัฐยังจัดการกัญไม่ได้ แล้วเรื่องใหญ่ๆอีกหลายๆเรื่องรัฐจะรอดกัญไหมเนี่ย

#คิดไปคิดมา #รัฐทั้งตอแหลโง่และล้มเหลว #คิตตี้ช่อผกา

ปล. ข้อสอบในคอมเม้นท์

โลกคู่ขนาน!? ‘อุรุกวัย’ ปลดล็อคปุ๊นเสรีเพื่อการท่องเที่ยว ดูดเงินต่างชาติเข้าประเทศปีละ 1.4 แสนล้านบาท-ลดตลาดใต้ดิน-ดึงน...
15/12/2025

โลกคู่ขนาน!? ‘อุรุกวัย’ ปลดล็อคปุ๊นเสรีเพื่อการท่องเที่ยว ดูดเงินต่างชาติเข้าประเทศปีละ 1.4 แสนล้านบาท-ลดตลาดใต้ดิน-ดึงนักท่องเที่ยวเพิ่ม ส่วนไทยคุมเข้มสมุนไพร...คนติดเหล้าล้นเมือง
เขาไปถึงไหนกันแล้ว!! ประเทศอุรุกวัย ชาติแรกที่ปลดล็อคปุ๊นในทวีปละตินอเมริกาทั้งสันทนาการและเชิงการแพทย์ เตรียมปรับกฎใหม่เปิดให้นักท่องเที่ยวซื้อบริโภคได้ ตั้งเป้ามูลค่าตลาดปุ๊นโตแตะ 4,156 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.45 แสนล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยเตรียมปรับกฎคุมปุ๊นเข้มข้น ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำ-หนี้ครัวเรือนล้นเพดาน แต่คนไทย 1 ใน 3 กลับติดสุรางอมแงม และเป็นชาติที่ดื่มสุราเป็นอันดับที่ 7 ของโลก
นายมาร์ติน โรดริเกซ ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันกำกับดูแลและควบคุมปุ๊นของรัฐบาลอุรุกวัย เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมขยายกฎหมายอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถซื้อปุ๊นเพื่อบริโภคสันทนาการได้ โดยปัจจุบันมีเพียงแต่อนุญาตให้คนสัญชาติอุรุกวัยซื้อได้เท่านั้น ซึ่งการปรับกฎดังกล่าวรัฐบาลตั้งเป้าจะยกระดับตลาดการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งนี้ที่ผ่านมาการปลดล็อคไม่มีปัญหาทางสังคม เนื่องจากรัฐบาลมีการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนและออกแบบกฎควบคุมด้วยข้อมูลเชิงวิชาการไม่ใช่อคติ
โดยในปี 2024 มูลค่าตลาดปุ๊นในอุรุกวัยอยู่ที่ราว 52,500 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลจาก Grand view horizon ที่คาดการณ์ว่าตลาดปุ๊นของอุรกวัยจะเติบโตแตะ 1.45 แสนล้านบาทภายในปี 2025 จากการผ่อนคลายกฎควบคุมและเปิดให้เข้าถึงปุ๊นได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามการปลดล็อคปุ๊นสันทนาการในอุรุกวัยช่วง 6 ปีแรก มียอดการจำหน่ายช่อดอกมากถึง 10 ล้านกิโลกรัม หรือเฉลี่ยดีมานต์การบริโภคอยู่ที่ 4 กิโลกรัม/วัน ดังัน้นการปลดล็อคเพื่อนักท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชาติใน 4 ด้าน ได้แก่ กิจกรรมด้านการบริการ การรับประทานอาหาร กิจกรรมทางวัฒนธรรม และรายได้ของรัฐที่เพิ่มขึ้น
นายมาร์ติน กล่าวอีกว่า การปลดล็อคเงื่อนไขการขายให้นักท่องเที่ยวเพื่อกำจัดตลาดใต้ดินที่ยังเป็นช่องโหว่ โดยรัฐบาลเชื่อว่าการขยายขอบเขตการเข้าถึงปุ๊นด้วยกติกาที่เป็นธรรม จะช่วยควบคุมตลาดใต้ดินได้ดีกว่ากฎระเบียบเข้มงวดที่มักบีบให้คนหันไปหาตลาดใต้ดิน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวเชิงปุ๊นสามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ช่วยลดตลาดที่ผิดกฎหมาย และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์เศรษฐกิจใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงปุ๊นสุขภาพที่เริ่มได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา

“การนำชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศคือหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาย่อมอยากบริโภคปุ๊นอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาก็ควรมีสิทธิ์เข้าถึงเช่นเดียวกับคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวก็ควรมีวิธีที่ปลอดภัย ควบคุมได้ และตรวจสอบได้ ถ้ากฎหมายไม่อนุญาตให้เขาบริโภค ย่อมแน่นอนว่าพวกเขาจะหันไปหาตลาดใต้ดิน” นายมาร์ติน กล่าว

การท่องเที่ยวเชิงปุ๊น ถือเป้ฯคลื่นลูกใหม่ของอุตสาหกรรมสีเขยวทั่วโลกที่เริ่มบานสะพรั่งในปี 2025 จากสหรัฐอเมริกาไปจนถึงอเมริกาใต้-ทวีปยุโรป-เอเชีย รีสอร์ทที่เป็น 420-friendly กำลังผุดขึ้นทั่วโลก นี่ไม่ใช่แค่การมานั่งเติมปุ๊น แต่คือการท่องเที่ยวที่ผสมสานด้านสุขภาพ-วัฒนธรรม-อาหาร พวกเขาต้องการสภาพแวดล้อมที่ยาจากพืชผสานเข้ากับประสบการณ์ที่ใส่ใจ คล้ายการเชื่อมต่อประสบการณ์เดินทางกับวัฒนธรรมเบื้องหลังของปุ๊นในแต่ละดินแดนที่มันเติบโต ซึ่งสถิติด้านมูลค่าตลาดประเมินว่าการท่องเที่ยวเชิงปุ๊นทั่วโลกจะสร้างรายได้มากกว่า 5.95 แสนล้านบาท/ปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.1 แสนล้านบาท/ปี ภายในปี 2030
ดังนั้นวิวัฒนาการนี้เป็นมากกว่ากระแส แต่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมปุ๊นที่เติบโตควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ความคาดหวังของผู้บริโภค และค่านิยมด้านสุขภาพในวงกว้าง คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันอาหาร เรื่องราว และวิธีการรักษาแบบธรรมชาติ สร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่นอกเหนือไปจากการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยมาเพื่อท่องเที่ยวชมความสวยงามของทะเล แต่ตอนนี้พวกเขาล้วนมองว่าปุ๊นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่
ทั้งนี้ ระบบกฎหมายในอุรุกวัยมีระบบแยกปุ๊นเชิงการแพทย์และปุ๊นสันทนาการอย่างชัดเจน โดยร้านค้าต้องจดทะเบียนเป็นร้านขายยาที่ได้รับการรับรองจากรัฐ พร้อมมาตรฐานบรรจุภัณฑ์และช่อดอก โดยแยกบัตรผู้ป่วยเชิงกาแพทย์และบัตรผู้ใช้ (Adult use) สำหรับผู้ที่ใช้สันทนาการจะต้องลงทะเบียนบัตรสมาคมปุ๊น (Social Club) และสามารถเติมปุ๊นได้ในร้านค้าของสมาคม ทั้งยังเปิดให้ปลูกได้ทุกบ้านทั้งในรูปแบบปลูกอิสระ (Homegrown) และ ปลูกกับสมาคม (Club grower)
มองละครแล้วย้อนดูตน!! กลับมาที่ประเทศไทยปลดล็อกปุ๊นชาติแรกในทวีปเหมือนอุรุกวัยและมีทรัพยากรท่องเที่ยว-ภูมิปัญญาสมุนไพรเหนือกว่ามาก แต่รัฐบาลไทยกลับออกแนวทางควบคุมต่างราวฟ้ากับเหว ไม่ว่าจะกติกาบังคับร้านเป็นคลินิก-ผู้ซื้อต้องมีใบแพทย์-ห้ามสันทนการ โดยเฉพาะการอ้างว่าธุรกิจปุ๊นทำให้นักท่องเที่ยวลด ซึ่งสวนทางกับทัศนคติของรัฐบาลอุรุกวัย ทั้งยังสวนทางกับเทรนด์เศรษฐกิจใหม่ของโลกที่สร้างเม็ดเงินได้ปีละหลายแสนล้านบาท แต่กลับโยนทิ้งโอกาสทางเศรษฐกิจ ทั้งที่ GDP โตปีละไม่เกิน 3% ตกต่ำสุดในอาเซียน ส่วนหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงติดอันดับโลก แต่ก็ยังพยายามปลดล็อกสุราทั้งที่ไทยมีคนติดเหล้าล้นเมือง คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากร หรือคนไทยเดินมา 3 คน จะมีคนติดเหล้า 1 คน ซึ่งยังไม่นับรวมต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากเหล้าเกือบ 2 แสนล้านบาท ขณะที่เก็บภาษีจกาเหล้าได้แค่ 1.5 แสนล้านบาท

06/12/2025

กรมศุลกากรตรวจยึด “ช่อดอกกัญชา“ พยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักร มูลค่าประมาณ 160,000 บาทวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานศุ...
04/12/2025

กรมศุลกากรตรวจยึด “ช่อดอกกัญชา“ พยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักร มูลค่าประมาณ 160,000 บาท

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง กรมศุลกากร ได้เข้าตรวจค้นหญิง สัญชาติจีน ซึ่งกำลังจะเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน

ผลการตรวจ พบช่อดอกกัญชาบรรจุในกระเป๋าสัมภาระล้อลาก จำนวน 16 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 160,000 บาท

เป็นความผิดฐานพยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา)
พ.ศ. 2568 และพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญา
การแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542

ศุลกากร (Customs)
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ใส่ใจสังคม

#ศุลกากรไทย
#จับกุมของผิดกฎหมาย

20/11/2025

บุกรังหนู!! ‘สายเขียว’ นัดรวมตัวพรรคภูมิใจไทย ทวงสัญญา “พืชเศรษฐกิจใหม่” จี้นายกฯ สายเขียว สางปัญหากฎควบคุม
เครือข่ายเขียนอนาคตปุ๊นไทย นัดรวมตัวที่พรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 21 พฤศจิกายน เพื่อเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสายเขียว “พูดแล้วทำ” สางปัญหาปุ๊นไทยตามนโยบายส่งเสริมพืชเศรษฐกิจใหม่ตามที่หาเสียงไว้ หลังผู้ประกอบการตายเรียบจากกฎควบคุมฉบับใหม่ เสนอให้นำกฎกระทรวงฉบับอนุทินกลับมาใช้อีกครั้ง โดยยกเลิกใบแพทย์ ภท.33 และมาตรฐานการปลูก GACP
นางสาว ช่อขวัญ ช่อผกา แกนนำเครือข่ายเขียนอนาคตปุ๊นไทย เปิดเผยกับ Channel Weez Thailand ว่า ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. เครือข่ายฯได้นัดหมายกันเพื่อไปยื่นหนังสือทวงถามถึงนโยบายพืชเศรษฐกิจใหม่ที่พรรคภูมิใจใช้เป็นนโยบายหาเสียง โดยขอเรียกร้องให้ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยและดำเนินการเรื่อง พ.ร.บ.ปุ๊นเพื่อวางกฎกติกาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย เหตุใดจึงปล่อยให้นายทุนเข้าไปกดดันกระทรวงสาธารณสุขให้บังคับใช้กฎควบคุมที่มีข้อครหาถึงความไม่เท่าเทียม
นางสาวช่อขวัญ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามักมีการอ้างว่าพรรคไม่มีอำนาจในการดำเนินการเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่วันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มแล้ว เหตุใดจึงไม่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ท่านนำกฎควบคุมปุ๊นของกระทรวงสาธารณสุขในสมัยที่ท่านอนุทินเป็นรัฐมนตรีกลับมาใช้อีกครั้ง เพราะกฎควบคุมในปัจจุบันผูกขาดโดยเอื้อให้กับนายทุนจนเกินไป โดยเฉพาะกติกาเรื่องมาตรฐาน GACP ที่มีภาระค่าใช้จ่ายสูงจนมีฟาร์มที่ได้รับรองแค่ 143 แห่งจากฟาร์มทั้งหมดนับหลายพันแห่ง
นางสาวช่อขวัญ กล่าวถึงกรณีการโจมตีของกลุ่มทุนว่าผู้คัดค้านเป็นคนไม่ดีว่า การผลักดันวาระใดใดที่ไปขัดผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มนึงย่อมมีปฏิกริยาโต้กลับเป็นธรรมดา แต่ขอยืนยันว่าเครือข่ายฯเรียกร้องกติกาที่เป็นธรรมเพื่อคนส่วนรวม โดยมุ่งหมายให้เป็นกฎหมายที่เป็นธรรมต่อทุกคน ทั้งผู้ทีไม่ใช้ปุ๊น ผู้ที่ใช้ปุ๊น ผู้ใช้ทางการแพทย์ ผู้ประกอบการและผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการ ซึ่งการปรับกฎในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมานั้นทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องปิดตัวลงจำนวนมาก
เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาจะเดินต่ออย่างไร นางสาวช่อขวัญ กล่าวว่า ถ้าหากมีการลอยแพก็เท่ากับว่าจะเป็นการเปิดทางให้พรรคอื่นๆที่มีนโยบายสนับสนุนปุ๊นขึ้นมาแทนที่ ดังนั้นจึงเชื่อว่าในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งจะมีหลายพรรคเสนอนโยบายการควบคุมปุ๊น ซึ่งก็เป็นโอกาสดีให้พี่น้องสายเขียวได้ตัดสินใจเลือกพรรคที่สนับสนุนปุ๊นไทยจากรากฐานโดยแท้จริง แน่นอนว่าเรื่องปุ๊นมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

11/10/2025
18/08/2025

🍄 เห็ดที่ทำให้หัวเราะไม่หยุด
หัวเราะได้แบบไม่มีเหตุผล

ในโลกของเห็ดป่ามีหลายสายพันธุ์ที่แปลกและน่าทึ่ง แต่หนึ่งในนั้นอาจทำให้คุณ “หัวเราะจนท้องแข็ง” โดยไม่ต้องมีมุกตลกเลย
มันคือ เห็ด Gymnopilus junonius หรือที่หลายคนเรียกว่า Laughing Gym

เห็ดชนิดนี้พบได้ในหลายพื้นที่ของโลก ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ปกติจะขึ้นตามตอไม้หรือซากต้นไม้ผุในป่า 🍂
สิ่งที่ทำให้มันโด่งดังคือ สารออกฤทธิ์ทางประสาท ที่คล้ายกับในเห็ดเมา (psilocybin) แต่ให้ผลแปลกกว่า — ผู้ที่กินเข้าไปบางรายจะมีอาการหัวเราะต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่สามารถหยุดได้ แม้จะไม่มีอะไรขำก็ตาม

แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่ของที่เอามาเล่นสนุกได้ง่ายๆ เพราะนอกจากจะมีฤทธิ์ทางจิตแล้ว ยังมีพิษต่อร่างกายถ้ากินมากเกินไป 🚫
ในหลายประเทศ เห็ดนี้ถูกจัดเป็นสิ่งต้องห้าม และการบริโภคโดยไม่มีความรู้เพียงพออาจเป็นอันตราย

💡 ข้อคิดจากเห็ดหัวเราะ
บางครั้งสิ่งที่ดูสนุกหรือให้ความสุขแบบฉับพลัน ก็อาจมีด้านที่อันตรายซ่อนอยู่ การรู้เท่าทันและใช้ความระมัดระวังคือสิ่งสำคัญ

ญี่ปุ่นจับแก๊งค้ายาเวียดนาม ยึดกัญชา 1 ตันเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (เมื่อวันที่ 13 ส.ค.) ว่า...
15/08/2025

ญี่ปุ่นจับแก๊งค้ายาเวียดนาม ยึดกัญชา 1 ตัน

เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (เมื่อวันที่ 13 ส.ค.) ว่า ได้ยึดกัญชาหนักถึง 1.046 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 5.2 พันล้านเยน (ราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
กรมควบคุมยาเสพติดในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น ระบุว่า ได้จับกุมชาวเวียดนาม 3 คน ซึ่งเชื่อว่าร่วมกันลักลอบนำกัญชาล็อตนี้เข้ามาโดยซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจพบของกลางที่ลานเก็บของในจังหวัดโทชิงิทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนถูกตั้งข้อหาฐานละเมิดกฎหมายควบคุมยาเสพติดแล้ว

ที่อยู่

Bang Khen

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Similanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์