หนังสือกฎหมาย "ต่อยอดตัวบท"ด้วย Edison Law Models : Speech Laws

  • Home
  • หนังสือกฎหมาย "ต่อยอดตัวบท"ด้วย Edison Law Models : Speech Laws

หนังสือกฎหมาย "ต่อยอดตัวบท"ด้วย Edison Law Models : Speech Laws ● Map Model : #ธรรมะ & #กฎหมาย..
● ภาคปฏิบัติลัดสั้น :
"การเรียน การสอน ทำข้อสอบ และคำพิพากษาฎีกา" caselaws : Line ID

07/02/2025
02/01/2025
02/01/2025

ชีวิตพลิก! สาวสวย ป.เอก ทรุดตกเป็นเหยื่อ HIV ทั้งที่ไม่เคยมีเซ็กซ์ หมอซักจนเจอต้นเหตุ "คลินิกฟัน"
อ่านต่อในคอมเมนต์

01/01/2025
23/12/2024

“อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์”เป็นคนที่คลั่งไคล้การเล่นเรือใบมาก
ทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น
วิธีการแล่นเรือของเขาแตกต่างจากคนอื่น
เขาจะปล่อยเรือลอยไปเรื่อยๆ ตามแรงลม
ไร้จุดหมายและไม่ค่อยระมัดระวัง
ไม่แปลก ที่หลายครั้งคนต้องออกเรือตามหา “ไอน์สไตน์”

ครั้งหนึ่ง เขาออกเรือไปตั้งแต่ตอนบ่าย จน ๕ ทุ่มก็ยังไม่กลับ
เพื่อนต้องตามยามฝั่งให้ออกไปค้นหา เจอ “ไอน์สไตน์” ลอยเรืออยู่ในอ่าว ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย
นักเล่นเรือใบโดยทั่วไปจะสนุกกับการเล่นกับลม
กางใบทะยานเรืออกไป
ทุกคนจะเบื่อมากเมื่อลมสงบ เพราะเรือจะแล่นเอื่อยๆ หรือหยุดนิ่ง
แต่ “ไอน์สไตน์” ไม่ใช่
ยามมี “ลม” เขาก็เล่นกับ “ลม” อย่างสนุก
แต่เมื่อลมสงบ “ไอน์สไตน์” ก็จะนั่งขีดเขียนสมการในสมุด และจมดิ่งกับสมการนั้น
ไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งรอบข้าง
ในมุมหนึ่ง เป็นลีลา “อัจฉริยะเหม่อลอย” แบบไม่เหมือนใครของ “ไอน์สไตน์”
แต่อีกมุมหนึ่ง เหมือนกับ “ไอน์สไตน์” กำลังสอนวิธีการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง
ใช้ชีวิตให้เหมือนการเล่นเรือใบ

เมื่อ “มี” ลม ก็ให้สนุกกับ “ลม”
แต่ถ้า “ไม่มี” ลม ก็อย่าไปคิดถึง “ลม”
จงหาความสนุกกับสิ่งอื่นที่ไม่ต้องอาศัย “ลม”
หา “ความสุข” จาก “ปัจจุบัน” ให้ได้
แค่นี้เอง...

16/11/2024
13/11/2024

1. อ่านแบบ Scanning และ Skimming
• Scanning คือการมองหาคำสำคัญที่คุณต้องการ เช่น หัวข้อ ชื่อบุคคล หรือคำหลักต่าง ๆ โดยมองข้ามคำที่ไม่สำคัญ
• Skimming คือการอ่านคร่าว ๆ เพื่อจับใจความหลักของแต่ละย่อหน้า เช่น อ่านเพียงประโยคแรกหรือประโยคสุดท้ายในย่อหน้า การใช้เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณรับรู้แนวคิดหลักได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องอ่านทุกคำ

2. ฝึกการอ่านเป็นกลุ่มคำ ไม่ใช่อ่านทีละคำ
• แทนที่จะอ่านทีละคำ ให้ลองมองไปที่กลุ่มคำหรือวลีสั้น ๆ การมองเห็นหลายคำพร้อมกันช่วยให้สมองของคุณประมวลผลได้เร็วขึ้น ลดเวลาที่ใช้ในการตีความแต่ละคำและทำให้คุณจับใจความได้เร็วขึ้น

3. ใช้ดินสอหรือปลายนิ้วช่วยกวาดสายตา
• ใช้ดินสอหรือปลายนิ้วมือชี้ไปที่บรรทัดที่คุณกำลังอ่านเพื่อช่วยให้สายตาติดตามไปได้รวดเร็วและเป็นจังหวะ การเคลื่อนสายตาให้ไปตามแนวดินสอหรือปลายนิ้วนี้ช่วยป้องกันไม่ให้คุณอ่านกลับไปยังข้อความที่เคยอ่านแล้ว และทำให้การอ่านเร็วขึ้น

4. อ่านโดยไม่เปล่งเสียงในใจ (Subvocalization)
• เมื่อเราอ่าน เรามักจะเปล่งเสียงในใจไปพร้อม ๆ กับการอ่าน ทำให้เราต้องอ่านตามจังหวะเสียงภายใน ลองฝึกอ่านโดยการมองผ่านข้อความอย่างรวดเร็วโดยไม่เปล่งเสียงในใจ การอ่านแบบนี้จะช่วยให้คุณอ่านเร็วขึ้นโดยไม่ถูกจำกัดด้วยจังหวะของเสียงในใจ

5. จับใจความสำคัญและข้ามรายละเอียดที่ไม่จำเป็น
• ในการอ่านเพื่อหาความรู้บางอย่าง เราไม่จำเป็นต้องจดจำทุกคำที่อ่าน ลองฝึกให้จับใจความสำคัญของย่อหน้าและประเด็นหลัก และข้ามรายละเอียดที่ไม่จำเป็นไป เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและยังได้สาระสำคัญของเนื้อหา

6. ฝึกอ่านเป็นเวลาและทำเป็นประจำ
• การอ่านเร็วเป็นทักษะที่ต้องใช้การฝึกฝน ฝึกอ่านวันละ 10-15 นาทีต่อวัน โดยใช้เทคนิคข้างต้นและค่อย ๆ เพิ่มความเร็วเมื่อคุณรู้สึกคุ้นเคย การอ่านเป็นประจำช่วยให้คุณสามารถพัฒนาทักษะนี้และอ่านได้เร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

7. ใช้เครื่องมือช่วยในการอ่านเร็ว
• ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้เราฝึกการอ่านเร็ว เช่น แอปที่แสดงคำทีละคำบนหน้าจออย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยฝึกการโฟกัสและการสแกนข้อความ การใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยเพิ่มทักษะในการจับใจความและช่วยให้คุณพัฒนาการอ่านเร็วได้

แนะนำหนังสือเทคนิคการเรียนเล่มนี้
https://s.lazada.co.th/s.I4gDI?cc

04/11/2024

ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ
มิยากุจิ เคล็บลับจำแม่น
เลิกซะทีกับการหลงๆ ลืมๆ

1. หาเวลาว่างในการฝึกสมาธิ

แม้ว่าเราจะมีเทคนิคในการเรียนที่ดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าวันนั้นจิตใจของเราฟุ้งซ่านมาก เราก็ไม่อาจที่จะเรียนรู้อะไรได้เลย ความฟุ้งซ่านนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวันจากแรงกระทบที่มาจากการเข้าสังคม ดังนั้นเราจึงควรที่จะหาเวลาว่างให้ตนเองได้ชำระล้างจิตใจให้ว่างโล่งบ้าง จะได้มีพื้นที่ให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ หนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การทำสมาธิ เช่น การไปนั่งสมาธิในที่สงบ ๆ หรือ ที่ที่เราชอบ หรือ การนั่งเหม่อลอยคิดไปถึงสิ่งที่เราชอบเองก็เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งเช่นกัน ถ้าเราสามารถนั่งคิดถึงเรื่องที่ทำให้เราอารมณ์ดีจนยิ้มออกมาได้เองก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ ให้เราทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ตนเองอารมณ์ดี จนลืมเรื่องที่ทำให้เราฟุ้งซ่านก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้ทั้งหมด ถ้าเราไม่สามารถทำให้ตนเองอารมณ์ได้ในยามปกติ ก็ให้เราหาเวลาว่างทำสมาธิเพื่อให้เราอารมณ์ดีได้แบบจริงจังไปเลยครับ อาจจะครั้ง 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เราอยู่ในอารมณ์ดีให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าทำทุกวันได้ก็จะดีมาก เช่น ทำสมาธิตอนเช้า หรือ ก่อนนอน แบบนี้เป็นต้น

2. หนังสือเล่มหนาและอ่านยากทำยังไงดี?

ถ้าหนังสือที่เราจะต้องอ่านนั้นเป็นหนังสือที่ทั้งหนาและมีเนื้อหาที่เข้าใจได้ยาก เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่งอ่านทุกหน้า แค่อ่านแบบผ่าน ๆ แล้วดูว่ามีเนื้อหาอะไรที่เราเข้าใจบ้าง เปิดดูทุกหน้าแบบผ่าน ๆ ไปก่อน เมื่อดูจนหมดเล่มแล้ว เราก็จะรู้ว่า เราจะอ่านหนังสือแบบนี้ยังไงดี จากการเราค่อยอ่านแบบลงรายละเอียดทีหลัง แบบนี้จะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาโดยรวมของหนังสือเล่มนั้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปนั่งเครียดอะไรมาก ถ้ามันยากก็เปิดดุผ่าน ๆ ก็พอแล้วสำหรับการอ่านในช่วงแรก ๆ

3. การพักผ่อนเป็นหัวใจหลักของการเรียนหนังสือ

ถ้าเรามัวแต่อ่านหนังสือจนทำให้ตนเองพักผ่อนน้อย จะทำให้ร่างกายของเราเสื่อมโทรมเร็ว และทำให้ความสามารถในการจดจำลดลงด้วย สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ให้เราพักผ่อนให้ตรงเวลา ไม่ว่าเราจะอ่านหนังสือได้มากน้อยแค่ไหนก็ตาม ให้เราพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ แล้วเข้านอนให้ตรงเวลาที่เรากำหนด อาจจะเป็นสามทุ่มหรือสี่ทุ่มก็ได้ แต่ไม่ควรเกินห้าทุ่ม เพราะจะทำให้เวลานอนของเราน้อยลง เมื่อเราพักผ่อนได้เพียงพอแล้ว เวลาที่ตื่นเราก็ทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ แล้วเราก็จะได้ทั้งความรู้และสุขภาพที่แข็งแรงกลับคืนมา เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่าเหนื่อยล้าแล้ว ให้เราหยุดอ่านและไปพักผ่อนซะก่อน หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับมาอ่านหนังสืออีกที เรื่องของสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ

4. เหมือนกำลังเล่นเกมในโหมดง่าย

การใช้เทคนิคการจำแบบยามากุจิ จะช่วยให้คุณสามารถจดจำเนื้อหาในหนังสือได้จำนวน 30 หน้ากระดาษ ภายในเวลา 30 นาที ในขณะที่คนอื่นใช้เวลาจำนวนเนื้อหา 1 หน้าต่อ 1 วัน นั่นหมายความว่าคนทั่วไปกว่าที่จะจำเนื้อหาได้ 30 หน้าก็ต้องใช้เวลานานถึง 1 เดือน ซึ่งถ้าพวกเขากำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย การจำเนื้อหาที่เรียนได้น้อยแบบนั้นคงไม่เป็นเรื่องดีแน่ แต่สำหรับคุณที่สามารถจดจำเนื้อหาที่กำลังเรียนได้เยอะในเวลาที่น้อยกว่ามาก คุณก็จะเหมือนกันเล่นเกมส์ในโหมดง่าย ในขณะที่คนอื่นเล่นในโหมดยาก ยิ่งถ้าคุณใช้เทคนิคในการจำเนื้อหาภายในหนังสือได้ทั้งหมด คุณก็จะยิ่งสบายมากขึ้น เพราะในแต่ละคาบเรียนของคุณจะเป็นเพียงการทบทวนในสิ่งที่คุณรู้มาแล้วเท่านั้น

5. แก้อาการหมดกำลังใจด้วยพลังแห่งจินตนาการ

ทุกครั้งที่คุณรู้สึกว่าตนเองไม่มีแรงจูงใจที่จะทำอะไรเลย ไม่มีกำลังใจที่จะอ่านหนังสือ หรือทำอะไรทั้งนั้น นั่นเป็นเพราะว่าคุณกำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าและหดหู่โดยไม่รู้ตัว อาจจะเป็นเพราะได้รับความเครียดจากการเข้าสังคมหรือจากการที่อะไรผิดพลาดไปสักอย่าง สิ่งที่คุณควรทำก็คือ ให้คุณพยายามจินตนาการถึงเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกสนาน ร่าเริง และประสบความสำเร็จ พยายามนึกถึงเรื่องเหล่านั้นให้ชัดเจนที่สุด หรือถ้าคุณสามารถยิ้มออกมาได้จากเรื่องที่กำลังคิดอยู่ก็จะยิ่งดี และอย่าลืมที่จะนึกถึงเรื่องที่ทำให้คุณหัวเราะออกมาได้ไว้เสมอด้วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีกำลังกายและกำลังใจที่จะสู้ชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง สามารถแก้อาการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ

6. ความฉลาดย่อมมาพร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการที่จะเรียนเก่ง สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องทำเลยก็คือ การออกกำลังกาย ถ้าร่างกายของคุณไม่แข็งแรง ความสามารถในการเรียนรู้และจดจำก็จะอ่อนแอตามไปด้วย ดังนั้นคุณควรที่จะหาเวลาไปวิ่งออกกำลังกายบ้างสักสัปดาห์ละสามครั้ง วิ่งสัก 30 นาที หรือ เล่นเวทสัก 30 นาที จะออกกำลังกายแบบไหนก็ได้ตามที่เราชอบ หรือถ้าไม่ชอบทั้งสองอย่าง เพราะมันน่าเบื่อไม่มีเพื่อนเล่นด้วย คุณก็อาจจะไม่ออกกำลังกายที่มีเพื่อนเล่นด้วยเยอะก็ได้ เช่น ฟุตบอล เทนนิส บาสเกตบอล หรือ เบสบอล ก็ได้ เลือกกีฬาที่เราชอบสักอย่างแล้วหาเวลาออกไปเล่น จะช่วยให้คุณสุขภาพดีขึ้นมาได้ แล้วประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของคุณก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

7. ทำความคุ้นเคยกับเนื้อหาและศัพท์เฉพาะทาง

การที่เราจะจำอะไรได้นั้น เราจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องนั้นด้วย อย่างการเรียนหนังสือ ถ้าเรามีความเข้าใจถึงเนื้อหาที่กำลังเรียนอยู่ว่าหนังสือกำลังสอนอะไรเรา เราก็จะสามารถจดจำเนื้อหาในหนังสือได้ดี สิ่งที่เราต้องทำก็คือ อย่างน้อย ๆ เราต้องเข้าใจสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ ว่ามีอะไรบ้าง อะไรที่เป็นแก่นของเนื้อหา โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะทางของวิชานั้น ๆ เพราะแต่ละวิชาจะมีศัพท์เฉพาะของตนเองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิชาแพทย์ วิชากฎหมาย วิชาวิศวะ หรือ ศิลปะ ล้วนแล้วแต่มีศัพท์เฉพาะของตนเองทั้งนั้น ถ้าเราไม่เข้าใจศัพท์เฉพาะทางพวกนี้ เราก็ไม่อาจจะจำเนื้อหาที่เรียนได้ เพราะอ่านไปแล้วเดี๋ยวก็ลืม ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเท่าไหร่ก็ลืมหมด ดังนั้นควรทำความคุ้นเคยกับศัพท์เฉพาะของแต่ละวิชาให้ดี จนเราเข้าใจว่าคำเหล่านี้หมายถึงอะไร เมื่อเราเข้าใจแล้ว การเรียนของเราก็จะง่ายขึ้นทันที

8. กำหนดจุดหมายปลายทาง

ไม่ว่าคุณจะอ่านหนังสือเล่มไหนก็ตาม สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ การตั้งใจว่าเราต้องการอะไรจากหนังสือเล่มนี้ ปกติเวลาเราอ่านหนังสืออะไรก็ตามที่เราชอบ เราก็จะตั้งใจว่าเราต้องการที่จะรู้เนื้อหาของเรื่องที่กำลังอ่านอยู่ โดยเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม นั่นคือ "การตั้งเป้าหมาย" นั่นเอง ทีนี้เราก็หันมาใช้วิธีเดียวกันนี้กับการอ่านหนังสือเรียนก็ได้ โดยการตั้งใจว่าเราต้องการที่จะรู้เรื่องอะไรบ้างในการอ่านครั้งนี้ การทำแบบนี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจเนื้อหาในเรื่องที่เรียนได้เร็วขึ้น เพราะเราต้องสนใจเนื้อหาจริง ๆ จนทำให้เราเข้าใจได้ จากนั้นก็ค่อยขยบไปอ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เรายังไม่เข้าใจต่อไป แล้วเราก็จะเข้าใจเนื้อหาส่วนใหญ่ในหนังสือได้ในเวลาไม่นาน

9. นึกถึงเนื้อหาที่เราได้เรียนมาอยู่เสมอ

หากเรายังไม่ได้สอบในวิชานั้น ๆ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การทบทวนเรื่องีท่เราเรียนมาอยู่เสมอ เพราะแม้ว่าเราจะจำได้แล้วก็ตาม แต่หากเราไม่นำออกมาใช้โดยการระลึกถึงอยู่บ่อย ๆ เราก็อาจจะลืมได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้น หากการสอบเทอมใหญ่ยังมาไม่ถึง เราก็ควรที่จะซักซ้อมและทบทวนความจำอยู่บ่อย ๆ เช่นอาจจะสัปดาห์ละครั้ง หรือ เดือนละครั้งก็ได้ แล้วแต่ว่าเราจะจำเนื้อหาที่เรียนมาได้มากน้อยแค่ไหน แค่สิ่งสำคัญก็คือ หลังจากทบทวนแล้ว เราต้องมั่นใจว่าเราจำในสิ่งที่ทบทวนนั้นได้ด้วย และถ้ามีเวลาก็ควรที่จะลองทำแบบฝึกหัดของเรื่องนั้น ๆ ดู เพื่อที่เราจะมั่นใจในความจำของเราด้วย ว่าเราจำได้ถูกต้องแล้ว

10. หาเพื่อนมาช่วยติวหนังสือด้วยกัน

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลและทำให้จดจำเนื้อหาในหนังสือได้ดีจากการทบทวนก็คือ การหาเพื่อนมาติวหนังสือไปด้วยกัน หลังจากที่เราคิดว่าเราอ่านหนังสือไปหมดแล้ว และทบทวนจนมั่นใจแล้ว ก็ให้เราหาเพื่อนมาสักคน แล้วให้เขาเปิดหนังสือที่เราอ่าน จากนั้นให้เพื่อนทำการดูเนื้อหาภายในหนังสือ แล้วถามเราเกี่ยวกับเนื้อหาภายในนั้น วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก ในการทดสอบว่าเราจำเนื้อหาได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเพื่อนถามอะไรมาเราตอบได้หมด ก็เป็นอันว่าหนังสือเล่มนั้นเราจำได้แล้ว แต่ถ้าเพื่อนถามอะไรมาแล้วเราแทบจะตอบคำถามอะไรไม่ได้เลย แบบนั้นเราต้องทบทวนวิธีการอ่านของเราใหม่แล้วล่ะ ว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน ถือได้ว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ให้ผลดีมากครับ

11. อาหารที่ดีต่อสุขภาพและความจำ

นอกจากการท่องหนังสือที่รวดเร็วและสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว การกินอาหารที่ดีมีคุณภาพก็มีส่วนช่วยให้การเรียนของเรามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้หากเรากินอย่างถูกต้อง หรือจะเรียกได้ว่าอาหารเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งีท่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนที่ต้องการเรียนหนังสือให้เก่ง ๆ เพราะถ้าเราขาดการกินอาหารที่ดี ประสิทธิภายโดยรวมของร่างกายก้จะลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้ของเราลดลงด้วย อาหารที่เราควรที่จะกินอยู่เป็นประจำก็คือ อาหารครบ 5 หมู่ , นม , ไข่ไก่ , ผักและผลไม้ , น้ำเปล่า ถ้าเรากินอาหารพวกนี้ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยให้เราเรียนหนังสือได้ดีขึ้น อะไรที่เราขาดไปก็พยายามเพิ่มเติมเข้าไปด้วย แค่มีสุขภาพและการกินที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
หนังสือเล่มนี้ยังมีข้อคิดดีๆ อีกมาก
หากสนใจสั่งซื้อได้ที่
Shopee : https://shope.ee/99w5590iH5
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.kmoUe?cc

26/09/2024

“วันนี้ คนทำผิดทุจริต ไม่ใช่แค่ฝันร้าย แต่จะหลับตาไม่ลง นอนหลับไม่ได้ เนื่องจากต้องคอยผวา เกรงว่าจะถูกดำเนินคดีแพ่ง-อาญา และต้องถูกยึดทรัพย์สินจนหมดตัว รวมถึงเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง หากธุรกรรมสัมพันธ์ไปถึงใคร คนนั้นต้องชี้แจง ภาระการพิสูจน์จะตกอยู่ที่ผู้ถูกกล่าวหา“

นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท....................................
งานเสวนา เรื่อง “การบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดมูลฐาน”
ณ ห้องแมนดารินแกรนด์เอบี โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ
20 กันยายน 2567

#ปปท #ป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต
------------------------------
🌐 ติดตามและอัปเดตข่าวสารของสำนักงาน ป.ป.ท.
✅ FB : PaccThailand
✅ X :
✅ IG : paccThailand
✅ Youtube : PaccThailand
✅ TikTok :
✅ Hotline : 1206
✅ เว็บไซต์ : www.pacc.go.th

Address


Alerts

Be the first to know and let us send you an email when หนังสือกฎหมาย "ต่อยอดตัวบท"ด้วย Edison Law Models : Speech Laws posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Establishment

Send a message to หนังสือกฎหมาย "ต่อยอดตัวบท"ด้วย Edison Law Models : Speech Laws:

  • Want your establishment to be the top-listed Bar/pub?

Share